ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ใหม่ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยและกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม
สาระสำคัญของการปรับเกณฑ์ LTV
การปรับเกณฑ์ครั้งนี้เป็นการผ่อนปรนเงื่อนไขการให้สินเชื่อ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถกู้ได้ 100% โดยไม่ต้องวางเงินดาวน์ สำหรับสัญญาซื้อขายหลังวันที่ 1 กรกฎาคม 2568
นางสาวสุวรรณี มาศเมฆ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) เปิดเผยว่า การปรับเกณฑ์ LTV ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดภาระของผู้ซื้อบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ให้สามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น
รายละเอียดเงื่อนไขใหม่
เกณฑ์ LTV ใหม่แบ่งตามมูลค่าที่อยู่อาศัย ดังนี้:
- ที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท: สามารถกู้ได้ 100% ของราคาประเมิน หรือราคาซื้อขาย (แล้วแต่อย่างใดต่ำกว่า) โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องการวางเงินดาวน์
- ที่อยู่อาศัยราคามากกว่า 10 ล้านบาท: ยังคงใช้เกณฑ์เดิม คือ LTV ไม่เกิน 80% สำหรับสัญญาซื้อขายหลังวันที่ 1 กรกฎาคม 2568
นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการกู้เพื่อซื้อบ้านหลังที่สองหรือหลังถัดไป ยังคงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การควบคุมสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น โดย LTV จะลดลงตามลำดับ
ผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์
การปรับเกณฑ์ LTV คาดว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการสูง นักวิเคราะห์มองว่ามาตรการนี้จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อและลดสต็อกบ้านคงค้าง
นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า เกณฑ์ใหม่จะทำให้ผู้กู้มีสภาพคล่องมากขึ้น และอาจส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์แข่งขันกันปล่อยสินเชื่อมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องระวังเรื่องหนี้ครัวเรือนที่อาจเพิ่มขึ้น
ข้อควรระวัง
แม้การปรับเกณฑ์ LTV จะช่วยให้ซื้อบ้านง่ายขึ้น แต่ผู้กู้ควรพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้อย่างรอบคอบ เนื่องจากหนี้สินที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อภาระทางการเงินในระยะยาว ธปท. แนะนำให้ผู้กู้วางแผนการเงินและเลือกกู้ในวงเงินที่เหมาะสม
ทั้งนี้ เกณฑ์ LTV ใหม่มีผลบังคับใช้เฉพาะสัญญาซื้อขายที่ทำตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป ส่วนสัญญาที่ทำก่อนหน้านี้ยังคงใช้เกณฑ์เดิม



