รมว.พาณิชย์เผยมาตรการดูแลราคาสินค้า หลังน้ำมันขึ้น 6 บาท พร้อมขยายโครงการไทยช่วยไทย
รมว.พาณิชย์เผยมาตรการดูแลราคาสินค้า หลังน้ำมันขึ้น

รมว.พาณิชย์เผยมาตรการดูแลราคาสินค้า หลังน้ำมันปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการดูแลราคาสินค้าหลังจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น 6 บาทต่อลิตร โดยยอมรับว่าไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าได้ทั้งหมด แต่จะเลือกดูแลเฉพาะสินค้าที่มีความจำเป็นและส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนเป็นหลัก สำหรับสินค้าที่อยู่นอกเหนือการควบคุม หากพบราคาสูงเกินไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปตรวจสอบทันที

เดินหน้าโครงการไทยช่วยไทยและตลาดธงฟ้า

กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินมาตรการเร่งด่วนผ่านโครงการไทยช่วยไทย โดยคัดเลือกสินค้าเป้าหมายที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ข้าว น้ำมันพืช น้ำตาลทราย และไข่ไก่ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ กระจายไปยัง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงสิงหาคมนี้ พร้อมจัดตลาดธงฟ้าลดราคาสินค้าจำเป็น โดยตั้งเป้าจัดกิจกรรมทั้งหมด 212 ครั้ง เพิ่มจากเดิม 60 ครั้ง เป็นการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนอย่างทั่วถึง

เพิ่มสินค้าควบคุมและมาตรการเข้มงวด

สำหรับมาตรการสินค้าและบริการควบคุม จะปรับเพิ่มจากเดิม 59 รายการ เป็น 66 รายการ โดยสินค้าควบคุมเพิ่มเติม 7 รายการ ได้แก่ เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด และซอสปรุงรส เช่น น้ำปลาและซีอิ้ว ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ขณะที่มะพร้าวอ่อน ปลากะพงขาว และกากถั่วเหลือง ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อขอเพิ่มเป็นสินค้าควบคุมในอนาคต

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการยกระดับสินค้าควบคุมที่ต้องขออนุญาตเปลี่ยนแปลงราคาเพิ่มอีก 8 รายการ เช่น กระดาษชำระ แชมพู ผ้าอนามัย และสบู่เหลว พร้อมเตือนผู้ประกอบการให้ติดป้ายแสดงราคาสินค้าชัดเจน หากไม่ปฏิบัติตามหรือฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจ面臨โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับสูงสุด 140,000 บาท ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ

ติดตามสถานการณ์เงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ระบุว่าการปรับขึ้นราคาน้ำมันที่เร็วกว่าปกติ อาจทำให้เงินเฟ้อสูงกว่าที่ประเมินไว้ โดยน้ำมันมีน้ำหนักในตะกร้าเงินเฟ้อประมาณ 7% ปัจจัยหลักที่อาจดึงให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ได้แก่ พลังงานและค่าไฟฟ้า อาหารสด สินค้าอุปโภคบริโภค และภาคบริการ แม้ราคาน้ำมันจะแกว่งตัวอยู่ที่ประมาณ 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง จำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการรองรับให้ทันท่วงที

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ย้ำว่า ภาครัฐยืนยันดำเนินมาตรการอย่างเต็มที่ภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่ เพื่อดูแลค่าครองชีพของประชาชน พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบการจำหน่ายสินค้าเกินราคา ไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือมีพฤติกรรมไม่เป็นธรรมทางการค้า ให้แจ้งเบาะแสมายังหน่วยงานรัฐเพื่อดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว