กระทรวงพาณิชย์เพิ่มสินค้าจำเป็นเข้าบัญชีควบคุมเร่งด่วน พร้อม 5 มาตรการลดค่าครองชีพ
พาณิชย์เพิ่มสินค้าควบคุมเร่งด่วน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

กระทรวงพาณิชย์เพิ่มสินค้าจำเป็นเข้าบัญชีควบคุมเร่งด่วน พร้อม 5 มาตรการลดค่าครองชีพ

จากภาวะวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชน กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมมาตรการเร่งด่วนเพื่อรับมือปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อน โดยเน้นการควบคุมราคาสินค้าจำเป็นและลดต้นทุนการดำรงชีวิต

5 มาตรการหลักเพื่อรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ

มาตรการแรกคือการยกระดับการกำกับดูแลสินค้า โดยเพิ่มรายการสินค้าจำเป็นเข้าสู่บัญชีสินค้าควบคุมผ่านคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) อย่างเร่งด่วน สินค้าที่ถูกเพิ่มได้แก่ ผ้าอนามัย กระดาษชำระ แชมพู สบู่เหลวหรือสบู่ก้อน ผลิตภัณฑ์ล้างจาน และผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้า เพื่อป้องกันการขึ้นราคาโดยไม่เป็นธรรม

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์ เพื่อพิจารณาเพิ่มสินค้าที่จำเป็นเข้าสู่บัญชีควบคุมในช่วงวิกฤตนี้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความร่วมมือกับภาคเอกชนและมาตรการตรึงราคา

กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือจากพันธมิตรผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย” โดยเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมการค้าภายในได้จัดประชุมหารือแนวทางการสนับสนุนสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก

หน่วยงานที่เข้าร่วมรวมถึงสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย และบริษัทชั้นนำ เช่น เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น และซีพี แอ็กซ์ตร้า จากนั้นจะดำเนินการลดและตรึงราคาสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน พร้อมช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย

มาตรการนี้เน้นสินค้ากลุ่ม House Brand ของห้างร้านและสินค้าแบรนด์ทางเลือกหรือแบรนด์รอง (Second-tier Brand) ของผู้ผลิตรายใหญ่ เพื่อประหยัดเงินในกระเป๋าของประชาชน โดยแบ่งกลุ่มสินค้าเป้าหมายออกเป็น 2 กลุ่มหลัก:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก และยาสีฟัน
  • สินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารกระป๋อง

คาดว่าจะเริ่มดำเนินการภายในเดือนเมษายน 2569 เป็นระยะเวลาเบื้องต้นประมาณ 2 เดือน

การขยายโครงการและดูแลกลุ่มเปราะบาง

กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ประกอบด้วยกลุ่มผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ให้ตรึงราคาสินค้าและจัดโปรโมชันตามปกติ รวมถึงพิจารณาจัดสรรสินค้าแบรนด์ทางเลือกในราคาพิเศษ

นอกจากนี้ ได้จัดงานจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศผ่านโครงการธงฟ้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพประชาชน โดยขยายจุดจำหน่าย “สินค้าจำเป็นราคาพิเศษ” ทั่วประเทศครอบคลุมจังหวัด อำเภอ และชุมชน ระหว่างเดือนมีนาคมถึงสิงหาคม 2569

สำหรับกลุ่มเปราะบาง กระทรวงพาณิชย์กำลังพิจารณามาตรการสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น การช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพในช่วงสถานการณ์วิกฤต

มาตรการลดต้นทุนภาคเกษตร

เพื่อลดต้นทุนภาคเกษตร กระทรวงพาณิชย์ได้ขยายโครงการธงเขียวราคาประหยัดเป็น “ปุ๋ยธงเขียวพลัส” ครอบคลุมเกษตรกรในฤดูกาลเพาะปลูกสำคัญ

มาตรการนี้รวมถึงการสนับสนุนส่วนลดปุ๋ยเคมีกระสอบละ 200 บาท จำนวน 5 กระสอบ รวม 1,000 บาท และเกษตรกรที่มี “บัตรดินดี” ของกรมพัฒนาที่ดินจะได้รับสิทธิ์เพิ่มเติมอีก 200 บาท รวมถึงคูปองอีก 200 บาท สำหรับซื้อปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้เกษตรกรได้รับการช่วยเหลือรวมสูงสุด 1,400 บาทต่อราย ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2569

นอกจากนี้ ยังมีการปรับสูตรปุ๋ยเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และเร่งหาแหล่งวัตถุดิบทดแทน เพื่อป้องกันการขาดแคลนในระยะต่อไป พร้อมขอความร่วมมือสถาบันเกษตรกรซื้อปุ๋ยตรงหน้าโรงงานในราคาถูก ระหว่างเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม 2569