พาณิชย์จับมือภาคเอกชน เปิดโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ ตรึงราคาสินค้าช่วยค่าครองชีพ
วันนี้ (23 มีนาคม 2569) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับหน่วยงานพันธมิตรและภาคเอกชน เกี่ยวกับการเตรียมเปิดตัวโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยจะเริ่มดำเนินการในเดือนเมษายนนี้เป็นระยะเวลาเบื้องต้น 2 เดือน
สาเหตุและความเร่งด่วนของโครงการ
โครงการนี้เกิดขึ้นตามคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องการหาแนวทางบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากค่าเฉลี่ย 69.37 เหรียญสหรัฐต่อบาเรลในเดือนกุมภาพันธ์ เป็น 112.19 เหรียญสหรัฐต่อบาเรลในวันที่ 20 มีนาคม 2569
นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจากค่าเฉลี่ย 31.25 บาทต่อเหรียญสหรัฐในเดือนกุมภาพันธ์ เป็น 32.67 บาทต่อเหรียญสหรัฐในปัจจุบัน ก็ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบนำเข้าเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าและค่าครองชีพของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
รายละเอียดและกลุ่มเป้าหมายของโครงการ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เชิญหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย และผู้ผลิต ค้าปลีก ค้าส่ง โมเดิร์นเทรด มาร่วมหารือเพื่อขับเคลื่อนโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ โดยมุ่งเน้นไปที่สินค้ากลุ่ม House Brand ของห้างร้าน และสินค้าแบรนด์ทางเลือกหรือแบรนด์รอง (Second-tier Brand) ของผู้ผลิตรายใหญ่
กลุ่มสินค้าเป้าหมายแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
- สินค้าอุปโภค: เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก และยาสีฟัน
- สินค้าบริโภค: เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารกระป๋อง
แนวทางการดำเนินงานและความร่วมมือ
กรมฯ ได้ขอความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ดังนี้
- กลุ่มผู้ผลิตและซัพพลายเออร์: ขอให้ตรึงราคาสินค้าและจัดโปรโมชันตามปกติ โดยพิจารณาจัดสรรสินค้าแบรนด์ทางเลือกในราคาพิเศษเพื่อส่งต่อให้ร้านค้าส่ง-ปลีก
- ห้างโมเดิร์นเทรด: ขอให้นำสินค้า House Brand และแบรนด์ทางเลือกออกวางจำหน่ายในราคาพิเศษผ่านสาขาทั่วประเทศ
- สมาคมและหอการค้า: เช่น สมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย หอการค้าไทย สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย และสมาคมโรงงานน้ำตาลทราย ขอให้ช่วยประชาสัมพันธ์และเชิญชวนสมาชิกเข้าร่วมมาตรการตรึงราคาให้ครอบคลุมทุกหมวดหมู่สินค้า
กรมฯ เชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการกระจายสินค้าราคาประหยัดไปถึงประชาชนทั่วทุกภูมิภาค เพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
กำหนดเวลาและขั้นตอนต่อไป
เพื่อให้โครงการขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว กรมฯ ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการส่งข้อมูลรายการสินค้าที่จะปรับลดราคามายังกรมฯ ภายในวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 นี้ เพื่อรวบรวมและดำเนินมาตรการให้เกิดผลโดยเร็วที่สุด



