ดีเอสไอและกรมธุรกิจพลังงานร่วมตรวจสอบคลังน้ำมันเอกชนย่านคลองเตยอย่างเข้มงวด
วันนี้ (21 มีนาคม 2569) เจ้าหน้าที่จากกรมธุรกิจพลังงานและกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอจำนวนกว่า 50 นาย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันพระโขนง ซึ่งตั้งอยู่ในย่านคลองเตย กรุงเทพมหานคร คลังน้ำมันแห่งนี้เป็นศูนย์กระจายน้ำมันเอกชนรายใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึง พนักงานของบริษัทเอกชนให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ โดยนำเจ้าหน้าที่จากทั้งสองหน่วยงานเข้าตรวจสอบภายในพื้นที่คลังน้ำมัน ขณะที่สื่อมวลชนถูกให้เฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณด้านหน้าอาคารเท่านั้น
เป้าหมายหลักในการตรวจสอบคือการปฏิบัติตามข้อกำหนดภาครัฐ
นายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า การตรวจสอบในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่สองประเด็นหลัก ได้แก่ การติดประกาศราคาน้ำมันอย่างถูกต้อง และ การรายงานข้อมูลการจำหน่ายน้ำมันประจำวัน ซึ่งผู้ประกอบการต้องส่งรายงานทุกวันภายในเวลา 18.00 น.
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการเพื่อให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของภาครัฐอย่างเคร่งครัด เหตุผลที่เลือกตรวจสอบคลังน้ำมันแห่งนี้เนื่องจากเป็นคลังที่มีบทบาทสำคัญในการกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง
การตรวจสอบนี้ต้องการยืนยันว่ากระบวนการจัดการและการจ่ายน้ำมันเป็นไปตามขั้นตอนหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงที่หลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำมันในสถานีบริการไม่เพียงพอ
การตรวจสอบครอบคลุมหลายด้านและขยายไปยังพื้นที่อื่น
การตรวจสอบยังครอบคลุมการปฏิบัติตามคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการติดป้ายราคาน้ำมัน รวมถึงคำสั่งเกี่ยวกับการสำรองและการบริหารจัดการน้ำมัน หากพบว่ามีส่วนใดไม่เป็นไปตามข้อกำหนด อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันในตลาดได้
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภคและโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงจุดเดียวเท่านั้น เจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังเข้าตรวจสอบทั้งหมด 8 จุดในพื้นที่ 4 จังหวัด โดยรายละเอียดยังไม่เปิดเผยเนื่องจากอยู่ในช่วงปฏิบัติการ
ในช่วงบ่าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะลงพื้นที่มาติดตามผลการปฏิบัติหน้าที่ด้วยตนเอง และจะมีการแถลงสรุปภาพรวมให้สื่อมวลชนทราบอีกครั้ง
การตรวจสอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามแก้ปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอ
ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมและแก้ไขปัญหาน้ำมันในบางปั๊มไม่เพียงพออย่างเร่งด่วน การตรวจสอบคลังน้ำมันเอกชนรายใหญ่เช่นนี้ถือเป็นมาตรการสำคัญเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าการบริหารจัดการน้ำมันเป็นไปด้วยความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ
เจ้าหน้าที่ย้ำว่าการตรวจสอบจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการตั้งราคาขายเกินควรและรับประกันว่าปริมาณน้ำมันในตลาดมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน



