อ่างทอง-สงขลา-ระยอง เร่งตรวจสอบคลังน้ำมัน หวั่นกักตุนซ้ำเติมวิกฤตขาดแคลน
ตรวจสอบคลังน้ำมัน อ่างทอง-สงขลา-ระยอง หวั่นกักตุน

อ่างทอง-สงขลา-ระยอง เร่งตรวจสอบคลังน้ำมัน หวั่นกักตุนซ้ำเติมวิกฤตขาดแคลน

สถานการณ์น้ำมันตึงตัวในหลายพื้นที่ของประเทศไทยกำลังสร้างความกังวลอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะพฤติกรรมการกักตุนน้ำมันที่อาจซ้ำเติมปัญหาขาดแคลนและส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้เดินหน้าตรวจสอบอย่างเข้มข้นหลังพบความผิดปกติของสต๊อกน้ำมันในคลังแห่งหนึ่งที่จังหวัดอ่างทอง ซึ่งมีปริมาณน้ำมันหมุนเวียนสูงถึงกว่า 330,000 ลิตร

อ่างทองพบเอกสารไม่ครบถ้วน-เสี่ยงผิดกฎหมาย

เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 20 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่จากศูนย์ปราบปรามน้ำมันเชื้อเพลิง ตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำรถโมบายยูนิตเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันในพื้นที่ตำบลตลาดกรวด อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง เป็นครั้งที่สอง แม้ว่าผลตรวจสอบคุณภาพน้ำมันเบื้องต้นจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่จุดที่เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญคือ ความไม่สอดคล้องของเอกสารการขนส่งและปริมาณน้ำมันที่คงเหลือในคลัง โดยผู้ประกอบการยังไม่สามารถนำเอกสารหลักฐานมาแสดงได้ครบถ้วน ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยถึงเส้นทางการกระจายน้ำมันและความเป็นไปได้ของการกักตุน

นายก้องเกียรติ กิตติคุณ พลังงานจังหวัดอ่างทอง ได้ให้เวลา 3 วันแก่ผู้ประกอบการในการนำเอกสารย้อนหลัง 60 วันมาชี้แจง หากไม่สามารถแสดงได้ อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง มาตรา 30 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 56 (3) คือ จำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ระยอง-สงขลาเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำมันตึงตัว

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้หลายจังหวัดเริ่มยกระดับการเฝ้าระวัง โดยที่จังหวัดระยอง ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำมันอย่างใกล้ชิด หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น เบื้องต้นได้สั่งการให้นายอำเภอทั้ง 8 อำเภอประสานงานกับสถานีบริการน้ำมันกว่า 200 แห่งเพื่อเพิ่มปริมาณจำหน่ายให้เพียงพอกับความต้องการ โดยเฉพาะในช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่จำนวนมาก พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง หลังมีประชาชนร้องเรียนว่าบางปั๊มจำกัดการขาย จนเกิดความเข้าใจว่าอาจมีการกักตุน

ขณะเดียวกัน สถานการณ์น้ำมันตึงตัวเริ่มส่งผลกระทบชัดเจนในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันบางจาก 4 สาขาต้องหยุดจำหน่ายชั่วคราวเนื่องจากถูกตัดโควตาน้ำมันกะทันหัน เจ้าของปั๊มเปิดเผยว่าบริษัทแจ้งส่งน้ำมันให้วันที่ 17 มีนาคมเป็นวันสุดท้าย โดยให้เหตุผลว่าใช้โควตาประจำเดือนครบแล้วและจะจัดส่งอีกครั้งต้นเดือนเมษายน ทั้งที่ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ทำให้ไม่สามารถวางแผนบริหารสต๊อกได้ ส่งผลกระทบต่อลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรและรถบรรทุกขนส่งที่ต้องพึ่งพาน้ำมันดีเซล

สงขลาลงพื้นที่แก้ไขปัญหาเร่งด่วน

ปัญหาดังกล่าวทำให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาและพลังงานจังหวัดต้องลงพื้นที่เข้าหารือกับผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นพบว่าสาเหตุเกิดจากความคลาดเคลื่อนด้านการสื่อสาร ก่อนประสานบริษัทน้ำมันให้เร่งจัดสรรน้ำมันเพิ่มเติม โดยคาดว่าเรือน้ำมันจะเข้าเทียบท่าในช่วงค่ำเมื่อวานที่ผ่านมาและทยอยกระจายให้ปั๊มในพื้นที่ ขณะที่สถานการณ์ภาพรวมในจังหวัดยืนยันว่ายังมีน้ำมันในคลังสำรอง แต่ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลเพิ่มสูงขึ้นจากปกติ ทำให้บางช่วงเกิดภาวะขาดแคลน

ผู้ประกอบการยืนยันว่าไม่มีการกักตุน และขณะนี้ต้องบริหารจัดการการขายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการจำกัดการขายใส่แกลลอน เพื่อให้เพียงพอกับผู้ที่มีความจำเป็นจริง ทั้งนี้ คาดว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายภายใน 1-2 สัปดาห์

สถานการณ์น้ำมันตึงตัวในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหากักตุนซ้ำเติมภาวะขาดแคลนและกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความต้องการใช้น้ำมันสูง เช่น จังหวัดอ่างทอง ระยอง และสงขลา