พาณิชย์ตรวจคลังปุ๋ยอยุธยา พบสต็อกมาก เตือนเกษตรกรไม่ต้องกักตุน-ขู่ร้านค้าอย่าโก่งราคา
วันนี้ (13 มีนาคม 2569) กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้เร่งติดตามสถานการณ์ปุ๋ยเคมีอย่างใกล้ชิด หลังเกิดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจกระทบการค้าและการขนส่งสินค้าในตลาดโลก โดยนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมได้วางมาตรการบริหารจัดการทั้งด้านปริมาณสินค้า แหล่งนำเข้า และการกำกับดูแลราคา เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยได้อย่างเพียงพอในราคาที่เป็นธรรม และลดผลกระทบให้น้อยที่สุด
ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังปุ๋ยใหญ่ในพระนครศรีอยุธยา
นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ได้นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ปุ๋ยเคมี ณ คลังสินค้าของผู้จำหน่ายปุ๋ยรายใหญ่ในพื้นที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นคลังเก็บปุ๋ยเคมีขนาดใหญ่ของประเทศ โดยมุ่งติดตามปริมาณสต็อกและสถานการณ์การกระจายสินค้าในช่วงฤดูเพาะปลูก
ผลการตรวจสอบพบว่า คลังสินค้ายังคงมีปริมาณปุ๋ยเคมีจำนวนมาก โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 และผู้ประกอบการมีแผนนำเข้าสินค้าเพิ่มเติมเพื่อทยอยเติมสต็อกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพรวมปริมาณปุ๋ยในประเทศยังเพียงพอรองรับความต้องการใช้ของภาคเกษตร ทั้งในช่วงเตรียมเพาะปลูกและฤดูกาลผลิตถัดไป
มั่นใจสต็อกเพียงพอ ขยายแหล่งนำเข้าจากหลายประเทศ
กรมได้ประชุมหารือร่วมกับ 3 สมาคมปุ๋ย ได้แก่ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย และสมาคมคนไทยธุรกิจการเกษตร รวมถึงผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายปุ๋ยรายสำคัญ เพื่อร่วมกันบริหารจัดการซัปพลายและเตรียมมาตรการรองรับความผันผวนของตลาดโลก
มีการยืนยันว่าปัจจุบันสต็อกปุ๋ยทั้งในโรงงานและคลังสินค้ายังมีเพียงพอ และการสั่งซื้อแม่ปุ๋ยยังดำเนินการได้ตามปกติ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการได้เร่งกระจายความเสี่ยงด้านการนำเข้า โดยขยายและหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยเพิ่มเติมจากหลายประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดตะวันออกกลาง
ปัจจุบันมีการนำเข้าปุ๋ยยูเรียจากประเทศซาอุดีอาระเบียและมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน มาเลเซียและบรูไนยังสามารถจัดส่งสินค้าได้ตามปกติ อีกทั้งไทยยังมีแหล่งนำเข้าจากหลายภูมิภาค เช่น โอมาน จีน รัสเซีย แคนาดา เกาหลีใต้ รวมถึงประเทศในยุโรปและอาเซียน ทำให้ระบบจัดหาปุ๋ยมีความยืดหยุ่นสูงและสามารถทดแทนแหล่งนำเข้าได้หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
ประสานงานหาแหล่งนำเข้าใหม่-กำกับราคาอย่างเข้มงวด
กรมได้ประสานกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มอบหมายสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ทั้ง 58 แห่งทั่วโลก เร่งสำรวจและหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยใหม่ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน พร้อมเพิ่มปริมาณนำเข้าจากมาเลเซียและบรูไน รวมถึงเร่งเจรจากับทางการจีนเพื่อผ่อนคลายมาตรการและเพิ่มปริมาณส่งออกปุ๋ยฟอสเฟตมายังไทย เพื่อให้การนำเข้าปุ๋ยดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง
ส่วนการดูแลราคา กรมได้กำกับติดตามโครงสร้างราคาปุ๋ยอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมสั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายอย่างเข้มงวด หลังพบร้านค้าบางพื้นที่ปรับราคาสูงขึ้นกระสอบละ 50–100 บาท
โดยผู้ผลิตยืนยันว่าสินค้าสต็อกเดิมยังจำหน่ายราคาเดิม พร้อมกำชับห้ามจำกัดการขาย ห้ามกักตุนสินค้า และห้ามขายพ่วงปุ๋ยโดยเด็ดขาด และขอเตือนผู้ประกอบการห้ามฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรมการค้าภายในย้ำให้เกษตรกรมั่นใจในสถานการณ์สินค้าและไม่จำเป็นต้องเร่งซื้อหรือกักตุน พร้อมเน้นย้ำมาตรการควบคุมราคาอย่างเคร่งครัดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรและผู้บริโภค



