กรมการค้าภายในตรวจคลังปุ๋ยอยุธยา ย้ำสต๊อกเพียงพอ ห้ามกักตุน เร่งหาแหล่งนำเข้าใหม่
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังปุ๋ยเคมีในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามสถานการณ์สต๊อกและความมั่นคงของอุปทานปุ๋ยสำหรับภาคเกษตรกรรม โดยเน้นย้ำว่าในเวลานี้ปริมาณปุ๋ยในประเทศยังเพียงพอ และขอให้เกษตรกรมั่นใจ ไม่จำเป็นต้องเร่งซื้อหรือกักตุนสินค้า พร้อมเร่งหาแหล่งนำเข้าใหม่เพื่อสำรองและลดความเสี่ยงจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง
การตรวจสอบคลังปุ๋ยและสถานการณ์สต๊อก
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังสินค้าของผู้จำหน่ายปุ๋ยรายใหญ่ในอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ซึ่งรวมถึงบริษัท เจียไต๋ จำกัด และปุ๋ยไวกิ้ง โดยพบว่าคลังสินค้ายังคงมีปริมาณปุ๋ยเคมีจำนวนมาก โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 และผู้ประกอบการมีแผนนำเข้าสินค้าเพิ่มเติมเพื่อทยอยเติมสต๊อกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพรวมปริมาณปุ๋ยในประเทศเพียงพอรองรับความต้องการใช้ของภาคเกษตร ทั้งในช่วงเตรียมเพาะปลูกและฤดูกาลผลิตถัดไป
กรมการค้าภายในได้หารือกับ 3 สมาคมปุ๋ย ได้แก่ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย และสมาคมคนไทยธุรกิจการเกษตร รวมถึงผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายปุ๋ยรายสำคัญ เพื่อร่วมกันบริหารจัดการซัพพลายและเตรียมมาตรการรองรับความผันผวนของตลาดโลก โดยได้รับการยืนยันว่าปัจจุบันสต๊อกปุ๋ยทั้งในโรงงานและคลังสินค้ายังมีเพียงพอ และการสั่งซื้อแม่ปุ๋ยยังดำเนินการได้ตามปกติ
มาตรการเร่งหาแหล่งนำเข้าใหม่และกระจายความเสี่ยง
เพื่อลดการพึ่งพาตลาดตะวันออกกลางที่อาจได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในภูมิภาค กรมการค้าภายในได้เร่งกระจายความเสี่ยงด้านการนำเข้า โดยขยายและหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยเพิ่มเติมจากหลายประเทศ ปัจจุบันมีการนำเข้าปุ๋ยยูเรียจากประเทศซาอุดีอาระเบียและมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันประเทศมาเลเซียและบรูไนยังสามารถจัดส่งสินค้าได้ตามปกติ
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีแหล่งนำเข้าจากหลายภูมิภาค เช่น โอมาน จีน รัสเซีย แคนาดา เกาหลีใต้ รวมถึงประเทศในยุโรปและอาเซียน ทำให้ระบบจัดหาปุ๋ยมีความยืดหยุ่นสูงและสามารถทดแทนแหล่งนำเข้าได้หากสถานการณ์ยืดเยื้อ กรมการค้าภายในยังได้ประสานกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มอบหมายสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ทั้ง 58 แห่งทั่วโลก เร่งสำรวจและหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยใหม่ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน พร้อมเพิ่มปริมาณนำเข้าจากมาเลเซียและบรูไน รวมถึงเร่งเจรจากับทางการจีน เพื่อผ่อนคลายมาตรการและเพิ่มปริมาณส่งออกปุ๋ยฟอสเฟตมายังไทย
การกำกับดูแลราคาและมาตรการป้องกันการฉวยโอกาส
ในด้านการดูแลราคา กรมการค้าภายในได้กำกับติดตามโครงสร้างราคาปุ๋ยอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมสั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายอย่างเข้มงวด หลังพบร้านค้าบางพื้นที่ปรับราคาสูงขึ้นกระสอบละ 50–100 บาท โดยผู้ผลิตยืนยันว่าสินค้าสต๊อกเดิมยังจำหน่ายราคาเดิม
กรมการค้าภายในได้กำชับห้ามจำกัดการขาย ห้ามกักตุนสินค้า และห้ามขายพ่วงปุ๋ยโดยเด็ดขาด อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวย้ำว่า กรมฯ จะติดตามสถานการณ์การค้าโลกและต้นทุนอย่างใกล้ชิด ควบคู่การบริหารจัดการแหล่งนำเข้าและกำกับดูแลราคาภายในประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดปุ๋ยและลดภาระต้นทุนของเกษตรกร โดยขอเตือนผู้ประกอบการห้ามฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ประชาชนหรือเกษตรกรที่พบการจำหน่ายสินค้าไม่เป็นธรรมสามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร. 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ



