กระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่ตรวจเข้มตลาด-ห้าง-ปั๊ม ป้องปรามกักตุน-ฉวยโอกาสปรับราคา
พาณิชย์ตรวจเข้มตลาด-ห้าง-ปั๊ม ป้องปรามกักตุน-ฉวยโอกาส

กระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่ตรวจเข้มตลาด-ห้าง-ปั๊ม ป้องปรามกักตุน-ฉวยโอกาสปรับราคา

ภายหลังเกิดกระแสข่าวที่อาจสร้างความกังวลต่อประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาสินค้า กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ทันที โดยแบ่งชุดตรวจสอบออกเป็น 4 สาย นำโดยนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน และรองอธิบดี ลงตรวจสอบจุดจำหน่ายสินค้าจริง ทั้งสถานีบริการน้ำมัน ห้างค้าส่งค้าปลีก โมเดิร์นเทรด ร้านค้า รวมถึงตลาดกลางค้าส่งสำคัญ เพื่อประเมินสถานการณ์ข้อเท็จจริงโดยตรง

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบการจำหน่ายสินค้ายังปกติ

จากการลงพื้นที่เบื้องต้นตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ การจำหน่ายสินค้ายังปกติ ปริมาณสินค้าเพียงพอ และราคาสินค้าส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับปกติ อาจมีการปรับขึ้นลงบ้างตามกลไกอุปสงค์–อุปทาน แต่ยังไม่พบว่าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ แต่หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง จะพิจารณามาตรการดูแลทันที

สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสถานีบริการน้ำมัน 3 แห่ง ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และนนทบุรี พบว่ามีการเข้าใช้บริการมากขึ้น แต่ทางสถานีบริการน้ำมัน ยืนยันว่า ปริมาณน้ำมันยังคงมีเพียงพอและจะตรึงราคาตามนโยบายของรัฐบาล โดยจะไม่มีการปรับขึ้นราคา ในส่วนของการจำหน่ายเป็นแกลลอนจะมีการพิจารณาตามความเหมาะสมสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นใช้ในภาคการเกษตรหรืออุปกรณ์เครื่องจักรต่างๆ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ห้างโมเดิร์นเทรดและร้านค้ารายย่อยยังมีสินค้าครบถ้วน

ด้านห้างโมเดิร์นเทรด ซึ่งเป็นห้างค้าส่งค้าปลีก อาทิ แม็คโคร ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต โลตัส และบิ๊กซี พบว่า สถานการณ์ราคายังเป็นปกติ ปริมาณการจำหน่ายสินค้ายังมีสินค้าครบถ้วนและยังมีสต๊อกสินค้าในปริมาณที่สมควร โดยยืนยันว่าปัจจุบันสินค้ายังมีเพียงพอ เนื่องจากประเทศไทยเป็นผู้ผลิตหลักในสินค้าที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภค

ในส่วนของร้านค้ารายย่อย กรมการค้าภายในได้ส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าปลีกและร้านค้าขนาดเล็กเพิ่มเติม ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเฝ้าระวังการจำหน่ายสินค้าอย่างใกล้ชิด และป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาในช่วงที่ประชาชนมีความกังวล

ติดตามสถานการณ์เชิงโครงสร้างและเตือนผู้ประกอบการอย่างเคร่งครัด

นายวิทยากร ยังกล่าวว่า กรมการค้าภายในยังได้ติดตามสถานการณ์เชิงโครงสร้าง โดยจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบด้านต้นทุนสินค้าอย่างรอบด้าน อาทิ ผลกระทบจากราคาน้ำมันต่อราคาสินค้าแต่ละประเภท รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบปิโตรเคมีและปุ๋ย เพื่อให้การกำกับดูแลราคาเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับต้นทุนจริง

โดยในระยะต่อไป กรมการค้าภายใน จะหารือร่วมกับผู้ประกอบการค้าปลีก เพื่อวางแผนบริหารจัดการทั้งด้านปริมาณและระดับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ส่วนสินค้าที่ต้องนำเข้า จะมีการตรวจสอบต้นทุนและสต็อกคงเหลืออย่างใกล้ชิด พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการตรึงราคาสินค้าที่นำเข้าก่อนต้นทุนเปลี่ยนแปลง

นายวิทยากร ย้ำว่า ปัจจุบันยังไม่มีปัจจัยด้านต้นทุนที่ทำให้ต้องปรับขึ้นราคาสินค้า จึงขอเตือนผู้ประกอบการห้ามปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร หากตรวจพบการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ขอให้ประชาชนมั่นใจและแจ้งเหตุได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า สินค้ายังมีเพียงพอและการจำหน่ายเป็นไปตามปกติ พร้อมขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐหรือสื่อหลัก เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อมูลที่ไม่เป็นทางการ และหากพบการจำหน่ายสินค้าไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน โทร 1569 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง