พาณิชย์ยืนยันปุ๋ยยูเรียเพียงพอใช้ 2 เดือน ราคาไม่ปรับขึ้น สั่งตรวจเข้มร้านค้าทั่วประเทศ
วันนี้ (5 มีนาคม 2569) นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงสถานการณ์ปุ๋ยเคมีในประเทศ ภายใต้ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อการนำเข้า โดยกรมได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานกับสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย
จากการตรวจสอบพบว่า ปริมาณปุ๋ยเคมีในประเทศไทยยังอยู่ในระดับเพียงพอ โดยมีสต็อกคงเหลือในเดือนมกราคม 2569 ประมาณ 1.52 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้เฉลี่ยอยู่ที่เดือนละประมาณ 0.8 ล้านตัน
ปุ๋ยยูเรียมีสต็อกเพียงพอรองรับการใช้มากกว่า 2 เดือน
สำหรับปุ๋ยยูเรีย ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 36% ของการใช้ปุ๋ยทั้งหมด มีปริมาณสต็อก 0.32 ล้านตัน หรือเทียบเท่า 6.5 ล้านกระสอบ ปัจจุบันมีปริมาณเพียงพอรองรับการใช้มากกว่า 2 เดือน
นอกจากนี้ ไทยยังอยู่ระหว่างการนำเข้าปุ๋ยยูเรียจากซาอุดีอาระเบีย ปริมาณรวมประมาณ 100,000 ตัน หรือ 2 ล้านกระสอบ ทำให้ไทยจะมีปุ๋ยยูเรียใช้รวม 8.5 ล้านกระสอบ ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้ได้จนถึงเดือนสิงหาคม 2569
ไทยยังมีช่องทางการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เช่น มาเลเซียและบรูไน ซึ่งสามารถนำเข้าได้ปกติ และขณะนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตสินค้าเกษตร เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตสำคัญ เช่น ข้าวนาปรังและผลไม้ ส่วนข้าวนาปียังไม่เข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก
ราคาปุ๋ยจำหน่ายในประเทศยังคงอยู่ในระดับเดิม
นายวิทยากร กล่าวต่อว่า ราคาปุ๋ยที่จำหน่ายในตลาด ซึ่งเป็นปุ๋ยสูตรมีส่วนผสมของยูเรีย ยังเป็นสต็อกเดิมที่จัดหามาก่อนสถานการณ์ความตึงเครียด ดังนั้นราคาจำหน่ายในประเทศยังคงอยู่ในระดับเดิม
อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ยืดเยื้อและต้นทุนปุ๋ยเคมีในตลาดโลกมีการปรับเปลี่ยน กรมจะติดตามสถานการณ์และโครงสร้างราคาอย่างใกล้ชิด โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อเกษตรกรให้น้อยที่สุด
กรมย้ำว่าอย่าตื่นตระหนกและไม่จำเป็นต้องเร่งซื้อหรือกักตุนปุ๋ยเคมีไว้ในปริมาณมาก
สั่งตรวจเข้มร้านค้าทั่วประเทศ ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา
กรมการค้าภายในได้ประสานสั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายปุ๋ยอย่างเป็นธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร
หากพบการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร หรือการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผล จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกร
ผู้กระทำความผิดมีโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เกษตรกรหรือประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



