เอกนิติเร่งประชุมคณะทำงานภาษีสหรัฐฯ กำหนดยุทธศาสตร์เจรจาการค้าระยะต่อไป
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้จัดการประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาเรื่องการปรับขึ้นภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) ของสหรัฐอเมริกา โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการติดตามสถานการณ์และวางยุทธศาสตร์ของประเทศไทย ภายหลังศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกามีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่สะท้อนถึงความตื่นตัวของรัฐบาลไทยในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายและการค้าระหว่างประเทศ
การประเมินผลกระทบและโอกาสจากคำวินิจฉัยศาลสูงสุดสหรัฐฯ
คณะทำงานได้หารือในประเด็นหลักสามด้าน ได้แก่ การประเมินผลกระทบจากคำวินิจฉัยของศาลสูงสหรัฐอเมริกาต่อประเทศไทย ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 โดยศาลตัดสินว่าการใช้อำนาจตาม International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เพื่อกำหนดอัตราภาษีต่อประเทศคู่ค้าทั่วโลกนั้นขัดต่อกฎหมาย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีชุดใหม่ภายใต้กฎหมายอื่นโดยทันที ทำให้สถานการณ์ยังคงมีความซับซ้อนและไม่แน่นอน
ประเด็นที่สองคือ การมองหาโอกาสของประเทศไทยที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว ซึ่งคณะทำงานมุ่งเน้นการวิเคราะห์ช่องทางทางการค้าและเศรษฐกิจที่ไทยสามารถใช้ประโยชน์ได้ ในขณะที่ประเด็นที่สามคือ การกำหนดยุทธศาสตร์การเจรจาและท่าทีของประเทศไทยที่จะดำเนินการต่อไป โดยเน้นการทำงานเชิงรุกเพื่อรักษาความสามารถทางการแข่งขัน
ความจำเป็นในการเตรียมพร้อมทั้งเชิงรับและเชิงรุก
นายเอกนิติ กล่าวว่า แม้คำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ จะเปลี่ยนแปลงกรอบกฎหมายที่ฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ใช้อยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าแรงกดดันด้านการค้าจะลดลง รัฐบาลสหรัฐฯ ยังมีเครื่องมือทางกฎหมายอื่นอีกหลายช่องทางที่สามารถนำมาใช้ได้ ดังนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมพร้อมทั้งในเชิงรับและเชิงรุก เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
ประเด็นสำคัญที่จะต้องเร่งดำเนินการในขณะนี้คือ การให้ภาครัฐและเอกชนร่วมกันจัดทำยุทธศาสตร์ระยะสั้นและระยะยาว เพื่อดำรงความสามารถทางการแข่งขันทางการค้าของประเทศไทย โดยคณะทำงานจะรายงานผลการประชุมหารือต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป เพื่อให้การตัดสินใจในระดับนโยบายมีความแม่นยำและทันท่วงที
ผู้เข้าร่วมประชุมและความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน
การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจากหลายหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยผู้บริหารของกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ความร่วมมือดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการบูรณาการการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยสรุป การประชุมคณะทำงานภาษีสหรัฐฯ ในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการกำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์การเจรจาการค้าของประเทศไทยในระยะต่อไป โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการทำงานเชิงรุกและเตรียมพร้อมรับมือกับแรงกดดันทางการค้าที่ยังคงมีอยู่ เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคงและยั่งยืน



