นายกฯ เศรษฐา หารือกัมพูชา แก้ปัญหาลักลอบขนสินค้า
นายกฯ เศรษฐา หารือกัมพูชา แก้ปัญหาลักลอบขนสินค้า

นายกฯ เศรษฐา หารือกัมพูชา แก้ปัญหาลักลอบขนสินค้า

นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ได้หารือกับรัฐบาลกัมพูชาเพื่อแก้ไขปัญหาการลักลอบขนสินค้าข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศของทั้งสองฝ่าย โดยการหารือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

รายละเอียดการหารือ

ในการหารือครั้งนี้ นายกฯ เศรษฐา ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างไทยและกัมพูชา เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบขนสินค้าที่ผิดกฎหมาย ซึ่งรวมถึงสินค้าเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าที่ต้องห้ามอื่นๆ โดยทั้งสองฝ่ายได้ตกลงที่จะจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อดำเนินมาตรการต่างๆ เช่น การเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบบริเวณชายแดน การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง และการพัฒนาระบบติดตามสินค้าผ่านด่านศุลกากร

นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือถึงแนวทางการส่งเสริมการค้าที่ถูกกฎหมายและโปร่งใส โดยการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงการลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่จำเป็น เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา

การหารือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งสองฝ่ายในการเข้าถึงสินค้าและบริการที่ถูกกฎหมายและมีคุณภาพมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาการสูญเสียรายได้ของรัฐจากสินค้าหนีภาษีและสินค้าผิดกฎหมาย

นายกฯ เศรษฐา ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของการสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน และการดำเนินการอย่างโปร่งใสในการค้าชายแดน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

มาตรการที่คาดว่าจะดำเนินการ

  • เพิ่มการตรวจสอบและลาดตระเวนบริเวณชายแดนร่วมกัน
  • แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายการลักลอบขนสินค้า
  • พัฒนาระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์เพื่อติดตามการเคลื่อนย้ายสินค้า
  • จัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ คาดว่าคณะทำงานร่วมจะเริ่มดำเนินการได้ภายใน 3 เดือนข้างหน้า และจะมีการรายงานความคืบหน้าให้ผู้นำทั้งสองประเทศทราบเป็นระยะ