สหรัฐอเมริกาและจีนได้เปิดการประชุมเจรจาการค้าระดับสูงครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปี โดยการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ผ่านมา ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยมีนายกาตารีนา ไท ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และนายหวัง โช่วเหวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของจีน เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจา
ประเด็นสำคัญในการเจรจา
ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันในหลายประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องภาษีศุลกากรที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ รวมถึงอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ ยังได้พูดถึงความร่วมมือในประเด็นเศรษฐกิจโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความมั่นคงทางอาหาร
บรรยากาศการเจรจา
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ของจีนเปิดเผยว่าบรรยากาศการเจรจาเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และตรงไปตรงมา โดยทั้งสองฝ่ายต่างแสดงความมุ่งมั่นที่จะหาแนวทางแก้ไขข้อพิพาททางการค้าที่ดำเนินมายาวนาน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความแตกต่างในบางประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการอุดหนุนอุตสาหกรรมภายในประเทศของจีนและการเข้าถึงตลาดเทคโนโลยีขั้นสูง
ด้านนายหวัง โช่วเหวิน กล่าวภายหลังการเจรจาว่า จีนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมการค้าที่สมดุลและเป็นธรรม พร้อมทั้งย้ำถึงความสำคัญของการเคารพซึ่งกันและกันและการไม่แทรกแซงกิจการภายใน
ปฏิกิริยาจากภาคธุรกิจ
กลุ่มธุรกิจและนักลงทุนต่างจับตาการเจรจาครั้งนี้อย่างใกล้ชิด โดยหวังว่าการเจรจาจะนำไปสู่การลดความตึงเครียดทางการค้าและสร้างความแน่นอนทางนโยบายมากขึ้น นายจอห์น สมิธ ประธานหอการค้าสหรัฐฯ กล่าวว่า “การเจรจาครั้งนี้เป็นสัญญาณเชิงบวก แต่ยังต้องติดตามต่อไปว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมได้หรือไม่”
ขณะที่นายหลี่ เฉียง นักวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจปักกิ่ง มองว่า “การกลับมาเจรจาอีกครั้งแสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงผลกระทบของสงครามการค้าต่อเศรษฐกิจโลก แต่ความท้าทายยังคงมีอยู่มาก”
แนวโน้มในอนาคต
ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าการเจรจาครั้งนี้อาจเป็นเพียงก้าวแรกของการหารือที่ยืดเยื้อ โดยทั้งสองฝ่ายอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีในการแก้ไขข้อพิพาททั้งหมด อย่างไรก็ตาม การกลับมาเจรจากันอีกครั้งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก ซึ่งกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยต่างๆ เช่น อัตราเงินเฟ้อและปัญหาห่วงโซ่อุปทาน
ทั้งนี้ การเจรจาครั้งต่อไปมีกำหนดจัดขึ้นภายใน 90 วันข้างหน้า โดยจะเป็นการประชุมในระดับเจ้าหน้าที่เทคนิคเพื่อหารือในรายละเอียดก่อนที่จะมีการประชุมระดับสูงอีกครั้ง



