ครม.ปลดล็อก 8 ธุรกิจต่างชาติ อนุญาตซื้อขายพืชผลล่วงหน้า
วันนี้ 13 พฤษภาคม 2569 ถือเป็นวันพืชมงคลและวันเกษตรกรประจำปี เพื่อระลึกถึงความสำคัญของการเกษตร โดยมีการจัดพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเพื่อเป็นสิริมงคลแก่เกษตรกร อย่างไรก็ตาม ในปีนี้มีความเคลื่อนไหวของรัฐบาลที่ถูกหลายฝ่ายตั้งคำถามว่ากำลังทำร้ายเกษตรกรไทยหรือไม่ หลังจากวานนี้ (12 พฤษภาคม) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างอนุบัญญัติ 2 ฉบับภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
สาระสำคัญคือการแก้ไขประเภทธุรกิจการค้าภายในเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือผลิตผลทางการเกษตรพื้นเมืองที่ยังไม่มีกฎหมายห้ามไว้ โดยแก้ไขให้การเปิดให้ซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในศูนย์ซื้อขายสัญญาล่วงหน้าที่มีการส่งมอบในครั้งที่กำหนดสามารถดำเนินการได้ รวมทั้งอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ปลดล็อกธุรกิจบริการ 8 ประเภท ได้แก่
- ธุรกิจบริการโทรคมนาคมแบบไม่มีโครงข่ายของตัวเอง
- ธุรกิจบริหารการเงิน
- ธุรกิจการบริหารภายในเครือข่าย
- ธุรกิจการรับค้ำประกันหนี้ภายในประเทศ
- ธุรกิจการขุดเจาะปิโตรเลียม
- ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินแบบต่าง ๆ ที่มีหลักทรัพย์เป็นประกันภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์และการซื้อขายล่วงหน้า
- ธุรกิจเป็นตัวแทน ผู้ค้า ที่ปรึกษา หรือผู้จัดการเงินทุนด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ไม่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
- ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่เพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
รัฐบาลยืนยันว่าเป็นไปเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุน ลดความซ้ำซ้อนในการกำกับดูแล และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ พร้อมกำชับให้ติดตามผลกระทบและคุ้มครองผู้ประกอบการในไทยควบคู่กัน ถือเป็นการยกระดับเศรษฐกิจของไทย
รศ.ธนพร ชี้ปลดล็อกเปิดทางทุนจีนครอบงำและฟอกเงิน
จากกรณีดังกล่าว รศ.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง ให้ความเห็นว่า วันพืชมงคลเป็นวันที่สำคัญของเกษตรกรไทย แต่ก่อนถึงวันมงคลนี้ รัฐบาลในการประชุม ครม. กลับเหยียบย่ำทำร้ายเกษตรกรไทยด้วยการปลดล็อกให้ต่างด้าว (ทุนจีน) มาประกอบการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าได้อย่างเสรี ไม่ต้องขออนุญาตใด ๆ ทั้งสิ้น
"ทั้ง ๆ ที่ทุกวันนี้รัฐบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหาล้งจีนได้เลย ไม่ว่าทุเรียนหรือมะพร้าว การเปิดช่องให้ล้งจีนสามารถมากำหนดราคาสินค้าเกษตรล่วงหน้าได้ คิดว่าทุนจีนเหล่านั้นจะกำหนดจากผลประโยชน์ของเกษตรกรไทยหรือ?" รศ.ธนพร กล่าว
นอกจากนี้ยังไม่ต้องพูดถึงทุนจีนเทาที่เบ่งบานคับประเทศไทย ใช้ช่องทางรัฐฟอกเงินเทาเป็นเงินขาว คราวนี้ถึงการฟอกเงินผ่านตลาดสินค้าเกษตรเสียแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ทุกวันนี้ก็มีเรื่องอื้อฉาว ไม่เท่าทันอาชญากรรมในตลาดหลักทรัพย์ ไม่เว้นแต่ละวัน เช่น หุ้น More หุ้น Stark และอื่น ๆ จะไปหวังอะไรว่าจะมาดูแลตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า
"ยิ่งกระทรวงพาณิชย์ปล่อยผีให้ทุนจีนเทากลายเป็นไม่เทา ทำการค้าขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าโดยไม่ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานไทย คราวนี้แหละหวานเจี๊ยบ ทั้งครอบงำตลาดไปถึงการฟอกเงินเทาให้ขาวสะอาดผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า มันจะทำร้ายเกษตรกรไทยไปถึงไหน?" รศ.ธนพร กล่าวทิ้งท้าย



