อาเซียนร่วมมือรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง เน้นความมั่นคงอาหาร-พลังงาน
อาเซียนร่วมมือรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง เน้นมั่นคงอาหาร-พลังงาน

กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า นางสาวกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนัดพิเศษ เพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยที่ประชุมได้ออกแถลงการณ์ร่วมเน้นความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน

ความร่วมมือด้านพลังงาน

อาเซียนจะร่วมมือกันรับมือผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในภาคเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากราคาปุ๋ยและความเสี่ยงต่อผลผลิต นอกจากนี้ ยังจะศึกษาแนวทางการสำรองพลังงานร่วมในภูมิภาค เร่งกระจายแหล่งพลังงาน และเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น โครงการโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน และโครงข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติอาเซียน โดยดำเนินการภายใต้กรอบความตกลงความมั่นคงด้านปิโตรเลียมอาเซียน และแผนปฏิบัติการด้านพลังงานอาเซียนระยะปี 2569-2573

มาตรการด้านอาหาร

ที่ประชุมสนับสนุนการใช้กลไกภูมิภาค เช่น โครงการสำรองข้าวฉุกเฉินอาเซียนบวกสาม (APTERR) และระบบสารสนเทศด้านความมั่นคงอาหารอาเซียน (AFSIS) เพื่อเสริมระบบสำรองและการติดตามสถานการณ์ รวมถึงส่งเสริมเกษตรยั่งยืนเพื่อรองรับความเสี่ยงในระยะยาว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การปรับตัวระยะยาว

ไทยเสนอให้ยกระดับบทบาทของอาเซียนสู่การเป็นภูมิภาคที่มีเศรษฐกิจที่มั่นคงและน่าเชื่อถือของโลก โดยอาศัยระบบการค้าที่เปิดกว้าง การยึดมั่นในกติกาสากล และการงดเว้นมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่จำเป็น นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกจะเร่งเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาคให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเร่งรัดความตกลงทางเศรษฐกิจที่ค้างอยู่ ยกระดับการอำนวยความสะดวกทางการค้า ลดอุปสรรค และรักษาความต่อเนื่องของการเคลื่อนย้ายสินค้าจำเป็น รวมถึงเพิ่มความหลากหลายของตลาดคู่ค้า และเร่งสรุปการเจรจาความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ภายในปีนี้ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางการค้า