นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบนโยบายแก่คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน คณะกรรมการประกันสังคม และผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม เพื่อปฏิรูประบบและยกระดับหลักประกันทางสังคมให้แก่แรงงานไทยกว่า 24 ล้านคน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขวิกฤตศรัทธาและภาพลักษณ์เชิงลบที่เกิดขึ้นกับสำนักงานประกันสังคมในช่วงที่ผ่านมา แม้ผลตรวจสอบจากกระทรวงการคลังจะระบุว่าการดำเนินงานของกองทุนไม่มีปัญหาและยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีก็ตาม
ยกระดับความโปร่งใสและการตรวจสอบได้
นายจุลพันธ์ยืนยันว่าหากพบปัญหาจะไม่มีการซุกไว้ใต้พรม และต้องบริหารงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะกระบวนการใช้งบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องไม่เป็นความลับ เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย กระบวนการรายงานต่อรัฐสภา และรายงานต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) อย่างเคร่งครัด
ปรับแผนลงทุนรองรับสังคมสูงวัย
สำหรับแนวทางการบริหารกองทุน ได้ตั้งเป้าหมายเรื่องความครอบคลุมและการมีส่วนร่วมของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการปรับกลไกการลงทุนให้มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับสังคมสูงวัย เนื่องจากประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคสังคมสูงวัย
ดึงกลุ่ม Gig Worker เข้าสู่ระบบประกันสังคม
ขณะเดียวกันก็วางแผนเตรียมดึงกลุ่มแรงงานนอกระบบ เช่น กลุ่ม Platform Workers หรือไรเดอร์ที่มีจำนวนกว่า 3 แสนคน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นนับล้านคนในอีก 3-5 ปี รวมถึงกลุ่ม Gig Workers และแรงงานต่างด้าว ให้เข้าสู่ระบบประกันสังคมอย่างถูกต้อง ซึ่งมีแนวคิดที่อาจให้อยู่ในมาตรา 40 หรืออาจต้องมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อระบุลักษณะงานรูปแบบใหม่ หรือพิจารณาออกมาตราใหม่เป็นการเฉพาะเพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบแรงงานตามระบบเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการเป็นแรงงานผิดกฎหมายในอนาคต
ในเบื้องต้น คณะทำงานได้มีการหารือร่วมกับกลุ่มไรเดอร์ในหลายบริษัทและภาคเอกชน โดยนำเอารูปแบบในต่างประเทศมาศึกษา เนื่องจากไรเดอร์ 1 คนมักจะรับงานหลายบริษัท และไม่ใช่รูปแบบงานเต็มเวลาซึ่งต้องหาผู้จ้างที่แท้จริง จะต้องมีข้อสรุปร่วมกันที่ทุกฝ่ายยอมรับได้
เพิ่มความปลอดภัยแรงงานและควบคุมงบประมาณ
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และการทำกิจกรรมเชิงป้องกันให้กับแรงงาน เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่มีมูลค่าสูง พร้อมสั่งการให้เร่งแก้ไขปัญหาทางเทคนิคของระบบ SSO Core และพิจารณาเพิ่มสิทธิประโยชน์ของประชาชน เช่น สิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ในรูปแบบ Quick Win ที่แรงงานจะได้ประโยชน์โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพของกองทุน
ศึกษาบำนาญสูตรแคร์ (CARE) อย่างรอบด้าน
ส่วนประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างบำนาญสูตรแคร์ (CARE) นายจุลพันธ์ระบุว่า ขอเวลาศึกษารายละเอียดให้รอบด้านก่อน เพราะตนเองเพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งได้ไม่นาน แม้ก่อนหน้านี้จะมีการศึกษากันมาก่อนก็ตาม และเนื่องจากมีความเห็นที่แตกต่างกันทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและคัดค้าน จึงต้องพิจารณาให้ครบถ้วนก่อนการตัดสินใจเพื่อให้เกิดการเยียวยาที่เพียงพอและไม่กระทบสิทธิของผู้ประกันตน โดยยืนยันว่าจะไม่ให้เวลาล่าช้าและจะไม่ตีกลับเรื่องไปยังบอร์ดเพื่อเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด
นายจุลพันธ์กล่าวว่า "ผมต้องพูดคุยให้ครบรอบด้าน โดยได้นัดหมายกลุ่มต่างๆ มาหารือว่ายังติดขัดในจุดใด เพราะหากปรับเปลี่ยนสูตรแล้วไปกระทบสิทธิของผู้ประกันตนแม้เพียงคนเดียว เราก็ต้องพิจารณาเยียวยาให้เพียงพอ ยืนยันว่าจะพิจารณาให้เร็วที่สุดและจะไม่ตีกลับเรื่องไปเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมดที่บอร์ดอย่างแน่นอน"
สำหรับกรณีคำพิพากษาศาลฎีกาเรื่องการคำนวณบำนาญของผู้ประกันตนมาตรา 39 ยืนยันว่าสำนักงานประกันสังคมจะดำเนินการตามขั้นตอนและคำวินิจฉัยของศาลโดยไม่มีการบิดพลิ้ว เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนอย่างสูงสุด
ประกันสังคมต้องเป็นอิสระ ปราศจากการเมืองแทรกแซง
ในด้านการปฏิรูปโครงสร้าง นายจุลพันธ์กล่าวว่า มีแนวคิดที่จะส่งเสริมให้สำนักงานประกันสังคมมีความเป็นอิสระจากการเมือง ปราศจากการแทรกแซง และมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น โดยเฉพาะปีกการลงทุนที่ต้องยกระดับให้มีความเชี่ยวชาญเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม รูปแบบการปรับโครงสร้างว่าจะออกมาเป็นองค์การมหาชนหรือองค์กรอิสระนั้น ยังไม่อยากให้เร่งสรุปในขณะนี้ แต่ยืนยันว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้องค์กรเดินหน้าได้อย่างราบรื่นและปราศจากการแทรกแซง
สำหรับความคืบหน้าการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เบื้องต้นยังคงใช้ระเบียบเดิม โดยจะมีการประชุมคณะกรรมการเลือกตั้งครั้งแรกในวันพรุ่งนี้
ย้ำชัด ตรวจสอบเองมั่นใจงบไม่มีรั่ว
นายจุลพันธ์ย้ำว่า ในสมัยของตนเองจะไม่มีการใช้เงินงบประมาณไปในทางที่เกิดการวิพากษ์วิจารณ์เหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากตนเองเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องคอยติดตามตรวจสอบการทำงาน พร้อมยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดการรั่วไหลของการใช้งบประมาณ



