มาเลเซียจ่อฟื้นภาษีสินค้าหรู หวังเพิ่มรายได้ลดหนี้
มาเลเซียจ่อฟื้นภาษีสินค้าหรู หวังเพิ่มรายได้ลดหนี้

มาเลเซียกำลังพิจารณาฟื้นภาษีสินค้าหรูหรา หลังจากที่ถูกระงับไปตั้งแต่ปี 2561 โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาลและลดภาระหนี้สินของประเทศ แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังของมาเลเซียเปิดเผยว่า การจัดเก็บภาษีดังกล่าวจะครอบคลุมสินค้าฟุ่มเฟือยหลายประเภท เช่น นาฬิการาคาแพง เครื่องประดับ เสื้อผ้าแบรนด์เนม และกระเป๋าหรู เป็นต้น

รายละเอียดของภาษีสินค้าหรู

ภาษีสินค้าหรูหรานี้เคยถูกบังคับใช้ในมาเลเซียมาก่อน แต่ถูกยกเลิกในปี 2561 ภายใต้รัฐบาลก่อนหน้า ปัจจุบันรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม กำลังพิจารณานำภาษีดังกล่าวกลับมาใช้ใหม่เพื่อเสริมสร้างฐานะทางการคลังของประเทศ

สินค้าที่เข้าข่าย

  • นาฬิกาข้อมือราคาแพง
  • เครื่องประดับและอัญมณี
  • เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายแบรนด์เนม
  • กระเป๋าและรองเท้าดีไซเนอร์
  • ผลิตภัณฑ์เครื่องหนังหรูหรา

คาดว่าอัตราภาษีจะอยู่ที่ร้อยละ 5 ถึง 10 ของมูลค่าสินค้า ขึ้นอยู่กับประเภทและราคา อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดของภาษี เนื่องจากอยู่ระหว่างการหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

วัตถุประสงค์ของการฟื้นภาษี

การฟื้นภาษีสินค้าหรูมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งกำลังเผชิญกับหนี้สินสาธารณะที่สูงถึง 1.5 ล้านล้านริงกิต หรือประมาณร้อยละ 60 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) การจัดเก็บภาษีนี้คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับรัฐบาลได้ถึง 1 พันล้านริงกิตต่อปี

นอกจากนี้ รัฐบาลยังหวังว่าการจัดเก็บภาษีสินค้าหรูจะช่วยลดช่องว่างทางความมั่งคั่งในสังคม เนื่องจากสินค้าฟุ่มเฟือยมักถูกบริโภคโดยกลุ่มผู้มีรายได้สูง การเก็บภาษีจากสินค้าเหล่านี้จึงเป็นการกระจายภาระภาษีอย่างเป็นธรรมมากขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปฏิกิริยาจากภาคธุรกิจและประชาชน

ข่าวการฟื้นภาษีสินค้าหรูได้รับปฏิกิริยาที่หลากหลายจากภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้าปลีกสินค้าหรูที่กังวลว่าภาษีดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการท่องเที่ยว เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจหันไปซื้อสินค้าในประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่มีภาษีดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักเศรษฐศาสตร์หลายรายแสดงความเห็นว่าการฟื้นภาษีสินค้าหรูเป็นมาตรการที่เหมาะสมในการเพิ่มรายได้ให้กับรัฐ โดยไม่กระทบต่อกลุ่มผู้มีรายได้น้อย

ด้านประชาชนทั่วไปมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน บางส่วนเห็นด้วยกับการจัดเก็บภาษีเพื่อนำเงินมาใช้ในการพัฒนาประเทศ ขณะที่บางส่วนมองว่าเป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้บริโภค

แนวโน้มและความคาดหวัง

รัฐบาลมาเลเซียคาดว่าจะสามารถประกาศรายละเอียดของภาษีสินค้าหรูได้ภายในปีนี้ หลังจากผ่านกระบวนการหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การฟื้นภาษีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิรูปภาษีที่กว้างขึ้น ซึ่งรวมถึงการพิจารณาเพิ่มภาษีการขายและบริการ (SST) และภาษีเงินได้นิติบุคคล

หากภาษีสินค้าหรูถูกนำกลับมาใช้จริง คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปี 2568 ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาลและสนับสนุนการคลังของประเทศในระยะยาว