ถนนทุกสายมุ่งสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากจีน แม้กระทั่งไทยเองก็เช่นกัน เทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยของโลกในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งมาจากมันสมองและสองมือของคนจีน เพราะจีนค่อยๆ สร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้าน "พลังการผลิตคุณภาพใหม่" (New Quality Productive Forces) ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ค.ศ. 2026-2030) ที่เน้นการผลิตที่ "ฉลาดที่สุด" และ "มีคุณภาพสูงที่สุด" แทนการเป็น "ฐานการผลิตราคาถูก" ของโลกเหมือนในอดีต
สถาบันเทคโนโลยีไทย-จีน (TTCI) ก่อตั้งขึ้น
เมื่อเร็วๆ นี้ นายกร ทัพพะรังสี นายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีน ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ รศ.เอนก ศิริพาณิชกร นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดตั้ง "สถาบันเทคโนโลยีไทย-จีน" (Technology Thai-China Institute: TTCI) เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของทั้งสองประเทศ
ความร่วมมือนี้ถือเป็นการยกระดับความสัมพันธ์จากระดับประชาชนสู่ "ระดับวิชาชีพ" โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทยให้สามารถเข้าถึงและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่จากจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เป้าหมายและขอบเขตความร่วมมือ
ภายใต้ความร่วมมือนี้ TTCI จะเป็นศูนย์กลาง "พัฒนาองค์ความรู้-ถ่ายทอดเทคโนโลยี-สร้างบุคลากร" ในสาขาที่สำคัญต่ออนาคต เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบดิจิทัลภาครัฐ (e-Government) และมาตรฐานวิศวกรรม ในระยะแรก 3 ปี ได้วางกรอบดำเนินงานครอบคลุมการฝึกอบรมวิศวกรไทย การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ การวิจัยร่วม และการต่อยอดเทคโนโลยี โดยมีโครงการสำคัญ ได้แก่
- การพัฒนาหลักสูตร AI Training เพื่อยกระดับทักษะเทคโนโลยีขั้นสูง
- การพัฒนาระบบ e-Government
- การยกระดับมาตรฐานวิศวกรรมให้รองรับเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
เชื่อมโยงตลาดทุนและยุทธศาสตร์
นอกจากนี้ ยังจะเชื่อมโยงตลาดทุน โดยสนับสนุนการดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากจีนให้เข้ามาลงทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย เพื่อสร้างอุตสาหกรรมสมัยใหม่ (New S-Curve) ให้กับเศรษฐกิจไทย
ในเชิงยุทธศาสตร์ ความร่วมมือนี้ตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะ "พันธมิตรด้านเทคโนโลยี" ของจีนในเอเชีย และเป็นส่วนหนึ่งของการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมระหว่างกัน
นับได้ว่าความร่วมมือนี้เป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนโฉมหน้าวงการวิศวกรรมและเทคโนโลยีของไทย ควบคู่กับการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่งในอนาคต



