นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแผนผลักดันการส่งออกผลไม้ไทยในปีนี้ว่า กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันการส่งออกผลไม้ของไทยให้ได้สูงกว่าปีที่ผ่านมาร้อยละ 5 หรือมีมูลค่าแตะ 179,000 ล้านบาท โดยปีที่ผ่านมาส่งออกได้ 2.08 ล้านตัน มูลค่า 171,206 ล้านบาท จึงต้องเร่งส่งเสริมและผลักดันการส่งออกอย่างเต็มที่
แผนส่งออกผลไม้ไทยปี 2569
หนึ่งในแผนผลักดันการส่งออก คือ การขายทุเรียนแบบ Live Commerce โดยร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ต่างชาติ โดยเฉพาะจีน และอินฟลูเอนเซอร์ไทย ซึ่งการดำเนินการในช่วงสัปดาห์นี้เป็นการสร้างความต้องการซื้อล่วงหน้า ก่อนที่ผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกจะออกสู่ตลาดปริมาณมากตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคมต่อเนื่องถึงเดือนมิถุนายน รวมถึงผลไม้ชนิดอื่นๆ ด้วย เพื่อกระจายผลผลิตล่วงหน้า และลดภาวะผลผลิตกระจุกตัว รวมทั้งช่วยพยุงราคา ดีกว่ารอให้เกิดภาวะล้นตลาดแล้วแก้ไขภายหลัง
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์มีแผนเจาะตลาดต่างประเทศอีกมาก โดยมาตรการที่ดำเนินการแล้วตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนมีนาคม-เมษายน 2569 เช่น การจับคู่เจรจาธุรกิจผลไม้สด แปรรูป และผลิตภัณฑ์เกษตร ระหว่างผู้ส่งออกไทย 101 บริษัท ผู้นำเข้า 90 บริษัท จาก 18 ประเทศ เกิดมูลค่าการเจรจาการค้ารวม 3,120.51 ล้านบาท การจัดคณะเยือนจังหวัดหล่างเซิน เวียดนาม และเมืองฉงจั่ว เมืองหนานหนิง ของจีน เพื่อเตรียมอำนวยความสะดวกและแก้ปัญหาการส่งออกผลไม้จากไทยผ่านทางบกเป็นการล่วงหน้า
ผลการดำเนินงานส่งออกผลไม้ไทย
ผลจากการดำเนินงาน ทำให้ช่วง 3 เดือน (มกราคม-มีนาคม) ปีนี้ ไทยส่งออกผลไม้สดแล้ว 305,673 ตัน มูลค่า 22,285 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 56.2 จากช่วงเดียวกันของปี 2568 สำหรับทุเรียนสดส่งออกแล้ว 101,773 ตัน มูลค่า 14,215 ล้านบาท ขยายตัวถึงร้อยละ 181
มาตรการส่งเสริมการส่งออกผลไม้ไทย
สำหรับมาตรการที่จะดำเนินการต่อไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้จนถึงปลายปี ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เช่น การนำผู้ประกอบการผลไม้เข้าร่วมแสดงและจำหน่ายในงาน Thaifex-Anuga Asia 2026 งานแสดงสินค้าด้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนจัดขึ้นที่ไทย การจัดงาน Thai Tropical Fruits Golden Months ขายผลไม้ไทยใน 7 เมืองหลักของจีน ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ เซี่ยเหมิน หนานหนิง เฉิงตู ชิงเต่า กวางโจว และคุนหมิง อีกทั้งยังเพิ่มตลาดใหม่ที่มีศักยภาพของจีนอีก 3 เมือง และเมืองรองอื่นๆ อีก 8 เมือง เช่น นครหยินชวน เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย เมืองยวี่ซี มณฑลยูนนาน เมืองอูรุมชี เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ เป็นต้น
ขณะเดียวกัน จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผลไม้ร่วมกับห้างสรรพสินค้าในเกาหลีใต้ อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) การขายผลไม้สดและแปรรูปทางร้านค้าออนไลน์ TOPTHAI บนแพลตฟอร์มพันธมิตรทั่วโลก ทั้ง Amazon สหรัฐฯ Tmall จีน PUPU จีน Rakuten ญี่ปุ่น Letstango ยูเออี HKTVmall ฮ่องกง และ Bigbasket อินเดีย
โครงการพาณิชย์ลดค่าครองชีพประชาชน
ด้านนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมได้จัดโครงการพาณิชย์ลดค่าครองชีพประชาชน "Back To School 2569" (เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า) ภายใต้โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองและนักเรียนในช่วงก่อนเปิดเทอมนี้ โดยปีนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วม 49 ราย ประกอบด้วย ผู้ผลิต 20 ราย ผู้จำหน่าย 17 ราย ผู้ให้บริการ 10 ราย และแพลตฟอร์มออนไลน์ 2 ราย โดย Lazada จัดแคมเปญ Flash Sale ลดสูงสุดร้อยละ 70 และ Shopee มอบส่วนลดเพิ่มเติมผ่านโค้ดพิเศษ ครอบคลุมเครื่องแบบนักเรียน รองเท้านักเรียน อุปกรณ์การเรียน ผลิตภัณฑ์นม อุปกรณ์สำนักงาน สินค้าไอที รวมถึงบริการด้านการศึกษาและการเรียนรู้ กว่า 1,000 รายการ โดยจัดกิจกรรมลดราคาตั้งแต่วันที่ 30 เมษายนถึง 31 พฤษภาคมนี้ รวม 32 วัน พร้อมมอบส่วนลดสูงสุดถึงร้อยละ 86 คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ เตรียมจัดกิจกรรมลดภาระค่าครองชีพผู้ปกครองและนักเรียนในโรงเรียนต่างๆ กว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ โดยกระทรวงศึกษาธิการจะคัดเลือกโรงเรียนที่มีความจำเป็นและอยู่ในพื้นที่ขาดแคลน ขณะที่กรมการค้าภายในจะนำสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และเครื่องเขียน ไปจัดจำหน่ายในราคาประหยัด เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง



