สหพันธ์ขนส่งฯ จี้รื้อโครงสร้างน้ำมัน ยันไม่กลัวกลุ่มทุน พร้อมหนุนรัฐสู้
สหพันธ์ขนส่งฯ จี้รื้อโครงสร้างน้ำมัน ยันไม่กลัวกลุ่มทุน

นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการเข้าหารือกับ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและค่าครองชีพของประชาชน โดยระบุว่าทางสหพันธ์ฯ มาด้วยความหวังและต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง จึงได้เสนอข้อเรียกร้องหลัก 8 ข้อ เพื่อให้รัฐบาลและกระทรวงพลังงานดำเนินการเร่งด่วน

ข้อเสนอสำคัญ 8 ข้อ

ข้อเสนอสำคัญเริ่มจากการเร่งปรับปรุงโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ ทั้งน้ำมัน ไฟฟ้า และก๊าซ โดยให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาดำเนินการให้เห็นผลชัดเจนภายใน 6 เดือน ประเด็นถัดมาคือการเรียกร้องให้ใช้ราคาต้นทุนที่แท้จริงหน้าโรงกลั่นในประเทศไทย (Cost Plus) สำหรับการบริโภคภายในประเทศ แทนการใช้ราคาอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ซึ่งถูกมองว่าเป็น ต้นทุนสมมติ ที่สร้างภาระให้คนไทย โดยควรใช้ราคาสิงคโปร์เฉพาะการส่งออกเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการกำหนดเพดาน ค่าการกลั่น และ ค่าการตลาด ให้ชัดเจนเหมือนในอดีต โดยเสนอให้เพดานน้ำมันดีเซลที่ 1.50 บาทต่อลิตร และเบนซิน 1.80 บาทต่อลิตร และหากโรงกลั่นมีความจำเป็นต้องปรับสูงกว่านี้ต้องชี้แจงเหตุผลต่อคณะกรรมการเป็นรายกรณี

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ยกเลิกกองทุนน้ำมันและภาษีลาภลอย

ขณะเดียวกันได้เสนอให้พิจารณายกเลิกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหลังจากชำระหนี้หมดสิ้น เพื่อปิดช่องว่างการทุจริตและป้องกันไม่ให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือประกันรายได้ให้กลุ่มทุน ในส่วนของมาตรการด้านภาษี สหพันธ์ฯ เสนอให้รัฐบาลออกพระราชกำหนดภาษีลาภลอย (Windfall Tax) เพื่อจัดเก็บรายได้ส่วนเกินจากธุรกิจพลังงานและโรงกลั่นในช่วงวิกฤตที่ผ่านมากลับคืนสู่รัฐหรือกองทุนน้ำมัน อีกทั้งก็คัดค้านการออก พ.ร.ก. เงินกู้ 150,000 ล้านบาท เพื่อชดเชยกองทุนน้ำมัน โดยมองว่าเป็นการสร้างภาระหนี้ให้ประชาชนโดยไม่จำเป็นเพื่ออุดหนุนกลุ่มทุน

ตรวจสอบน้ำมันหาย 1,000 ล้านลิตร

นายทองอยู่ ยังได้เน้นย้ำให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบกรณีน้ำมันที่หายไปจากระบบ ซึ่งคาดว่ามีจำนวนมากกว่าที่เป็นข่าวและอาจมีจำนวนสูงถึง 1,000 ล้านลิตร รวมถึงขบวนการกักตุนและลักลอบส่งออกน้ำมันไปยังประเทศที่สาม เพื่อนำเงินคืนกลับสู่กองทุนน้ำมันของประชาชน พร้อมเสนอให้ปฏิรูปโครงสร้างการขนส่งน้ำมัน (Logistics Feeder) ไปสู่ระบบที่มีต้นทุนต่ำ เช่น การขนส่งทางท่อเต็มรูปแบบ การขนส่งทางเรือ Tanker หรือขนส่งทางเรือบรรทุกสินค้าเหลว ในภาคใต้และภาคตะวันออก และการพัฒนาระบบขนส่งทางรางคู่

รัฐมนตรีรับปากตรวจสอบย้อนหลัง

นายทองอยู่ ระบุว่า ในที่ประชุมรัฐมนตรีดูมีความตั้งใจจริงและรับปากจะเข้าไปดูเรื่องการบริหารจัดการกองทุนน้ำมัน รวมถึงการจัดการกับผลประโยชน์ของโรงกลั่นทั้งในอดีตและอนาคต โดยจะใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่ดำเนินการอย่างเต็มที่ รัฐมนตรียืนยันว่าจะทำให้เกิดความเป็นธรรมที่สุด จะไม่มีอีกแล้วประเภทที่ไปลดค่าการกลั่นแต่ไปเพิ่มค่าการตลาด และที่สำคัญท่านรับปากจะไปตรวจสอบข้อมูลดิจิทัลย้อนหลังในช่วงวิกฤตเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อเรียกคืนผลประโยชน์ที่กลุ่มทุนได้ไปกลับคืนมาสู่ประชาชนและกองทุนน้ำมัน

ค่าขนส่งและความหวังในการแก้ปัญหา

สำหรับประเด็นค่าขนส่ง นายทองอยู่ ชี้แจงว่า ที่ผ่านมามีการปรับขึ้นเพียงครั้งเดียวประมาณ 5-10% ส่วนการปรับครั้งที่สองยังชะลอไว้เนื่องจากต้องเจรจากับผู้ว่าจ้าง อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันลดลงอย่างต่อเนื่อง ค่าขนส่งจะปรับลดลงตามเรตขั้นบันไดที่กำหนดไว้ทันที ซึ่งจะส่งผลดีต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภค

ส่วนช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ นายทองอยู่ได้ย้ำว่าครั้งนี้เรามีความหวังว่าปัญหาวิกฤตพลังงานจะได้รับการแก้ไขในเร็ววันและอยากให้แก้ไขอย่างจริงจัง ไม่อยากให้นายเอกนัฏไปเกรงกลัวต่อกลุ่มอิทธิพลของกลุ่มธุรกิจพลังงาน และคิดว่าถ้านายเอกนัฏทำดีเพื่อพี่น้องประชาชน ทางสหพันธ์ฯ จะเป็นพลังข้างหลัง เป็นกำแพงแก้วให้และสนับสนุนการทำงานของนายเอนัฏ ถ้าถึงเวลาที่ถูกกดดันมากๆ ถูกรังแกจากกลุ่มทุนธุรกิจพลังงานจริงๆ ยืนยันว่าสหพันธ์ฯ และภาคีเครือข่ายจะเข้ามาช่วยเหลือและดูแลแน่นอน