พาณิชย์คุมเข้มบรรจุภัณฑ์พลาสติก 5 กลุ่ม สั่งเอกชนรายงานสต๊อก-ราคาป้องกันโก่ง
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้เรียกประชุมหารือกับภาคเอกชนเพื่อวางมาตรการกำกับดูแลปริมาณและราคาเม็ดพลาสติก โดยมุ่งเน้นไปที่บรรจุภัณฑ์พลาสติก 5 กลุ่มที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ซึ่งครอบคลุมมากกว่า 40% ของการใช้งานในปัจจุบัน เพื่อป้องกันการบิดเบือนกลไกตลาดและผลกระทบต่อประชาชน
กำหนดเป้าหมายบรรจุภัณฑ์พลาสติก 5 กลุ่ม
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์เม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติก เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ว่า กรมฯ ได้ดำเนินการตามนโยบายของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อบริหารจัดการเม็ดพลาสติกให้มีปริมาณเพียงพอและราคาเหมาะสม กลุ่มสินค้าเป้าหมายที่กำหนด ได้แก่
- กล่องพลาสติก
- ถุงแกงและถุงร้อน–เย็น
- ถุงหูหิ้วและถุงพลาสติกทั่วไป
- ถุงขยะ
- ถุงบรรจุสินค้าเกษตร เช่น ถุงปุ๋ยและถุงกระสอบ
มาตรการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็นและส่งเสริมการรีไซเคิลอย่างยั่งยืน พร้อมกับแนวคิดจัดตั้งคณะกรรมการบูรณาการร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน
สั่งเอกชนรายงานข้อมูลสต๊อกและราคาอย่างใกล้ชิด
เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้าและการฉวยโอกาสโก่งราคา ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 กรมการค้าภายในได้เชิญผู้ผลิตและจำหน่ายเม็ดพลาสติก รวมถึงผู้ประกอบการผลิตบรรจุภัณฑ์ เข้าร่วมหารือ โดยมีข้อสรุปให้รายงานข้อมูลดังนี้
- ข้อมูลเม็ดพลาสติกในกลุ่มเป้าหมาย: รายงานทุกวันพุธของสัปดาห์
- ข้อมูลการนำเม็ดพลาสติกไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์: รายงานทุก 15 วัน
การรายงานนี้จะช่วยให้กรมฯ ประเมินต้นทุนได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยคาดว่าจะครอบคลุมประมาณ 70% ของแต่ละกลุ่มสินค้า เพื่อให้ได้ข้อมูลเพียงพอต่อการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด
ยืนยันปริมาณสินค้าพอใช้ถึงกรกฎาคม 2569
นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาคเอกชนยืนยันว่าปริมาณเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติกโดยรวมยังอยู่ในระดับเพียงพอ และคาดว่าจะมีใช้ต่อเนื่องอย่างน้อยถึงช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2569 อย่างไรก็ตาม ด้านราคายังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความผันผวนตามสถานการณ์โลกและต้นทุนค่าขนส่งระหว่างประเทศ
หลังจากนี้ กรมการค้าภายในจะรวบรวมผลการหารือและข้อมูลชุดแรกเสนอต่อคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการดูแลให้สินค้าเพียงพอ ราคาเหมาะสม และไม่กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน



