กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้ามาตรการคุมเข้มสัตว์น้ำต่างถิ่น โดยเฉพาะปลาหมอคางดำและกุ้งก้ามแดงที่กำลังแพร่กระจายในหลายพื้นที่ สร้างความกังวลต่อระบบนิเวศและทรัพยากรประมงพื้นถิ่น
สถานการณ์ปลาหมอคางดำในสมุทรสงคราม
นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า หลังจากได้รับข้อร้องเรียนการพบปลาหมอคางดำในจังหวัดสมุทรสงคราม กรมประมงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินมาตรการควบคุมอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถกำจัดปลาหมอคางดำได้หลายล้านตัน เพื่อลดผลกระทบต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่นและระบบนิเวศ
นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการนำปลาหมอคางดำไปใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เช่น การแปรรูปเป็นอาหารสัตว์และปลาป่น รวมถึงการรับซื้อเพื่อช่วยลดปริมาณในธรรมชาติ ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยบรรเทาปัญหาและสร้างมูลค่าเพิ่ม
กุ้งก้ามแดงในกว๊านพะเยา
สำหรับกรณีกุ้งก้ามแดงที่พบในพื้นที่กว๊านพะเยา สำนักงานประมงจังหวัดพะเยาอยู่ระหว่างติดตามและสำรวจข้อมูลปริมาณและการแพร่กระจายของกุ้งชนิดนี้ เพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรประมงในระยะยาว
กระทรวงเกษตรฯ ย้ำว่าการดำเนินงานต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยยึดประโยชน์ของเกษตรกรเป็นอันดับแรก พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และภาคประชาชน
ความร่วมมือจากประชาชน
โฆษกกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า ได้ขอความร่วมมือประชาชนและชาวประมงไม่ปล่อยสัตว์น้ำต่างถิ่นลงแหล่งน้ำธรรมชาติ และร่วมกันนำสัตว์น้ำต่างถิ่นที่จับได้ออกจากระบบนิเวศ เพื่อลดการแพร่กระจายและผลกระทบต่อทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศ
“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ ความมั่นคงทางอาหาร และผลประโยชน์ของเกษตรกรเป็นสำคัญ ทุกประเด็นที่กระทบต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตประชาชน จะได้รับการติดตามและบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน” นายกฤชนนท์ กล่าว
ผลกระทบต่อระบบนิเวศและเศรษฐกิจ
ปลาหมอคางดำและกุ้งก้ามแดงเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นที่สามารถแพร่พันธุ์ได้รวดเร็วและแข่งขันกับสัตว์น้ำพื้นถิ่น ส่งผลให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง และกระทบต่ออาชีพประมงของชุมชน การควบคุมอย่างเข้มงวดจึงมีความจำเป็นเพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหาร



