ส่งออกไทยเดือนก.พ.ขยายตัว 9.9% จากอิเล็กทรอนิกส์-ไฟฟ้า แต่มี.ค.ชะลอจากตะวันออกกลาง
ส่งออกไทยเดือนก.พ.ขยายตัว 9.9% แต่มี.ค.ชะลอจากตะวันออกกลาง (24.03.2026)

ส่งออกไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขยายตัว 9.9% หนุนจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า

นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีมูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 ติดต่อกัน ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 32,273.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 31.8% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 2,833.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนดังกล่าว

ภาพรวม 2 เดือนแรกของปี 2569 และการแบ่งกลุ่มสินค้า

สำหรับ 2 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-กุมภาพันธ์) การส่งออกมีมูลค่ารวม 61,012.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 17% ขณะที่การนำเข้ามูลค่า 67,149.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 30.5% ทำให้ขาดดุลการค้าสะสม 6,137.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในแง่ของกลุ่มสินค้า สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ลดลง 5.7% ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยสินค้าที่หดตัว ได้แก่ ยางพารา ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำตาลทราย เครื่องดื่ม และไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง ส่วนสินค้าที่ขยายตัว อาทิ อาหารสัตว์เลี้ยง ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ไก่แปรรูป และไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี การส่งออกกลุ่มนี้ลดลง 3.8%

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ด้าน สินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 13.3% ในเดือนกุมภาพันธ์ สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ ส่วนสินค้าที่หดตัว อาทิ อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) เม็ดพลาสติก เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว เคมีภัณฑ์ สำหรับ 2 เดือนแรกของปี การส่งออกกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น 21.3%

ตลาดส่งออกและแนวโน้มในอนาคต

ตลาดส่งออกยังคงขยายตัวได้ดีในหลายพื้นที่ โดยตลาดหลักเพิ่มขึ้น 16.6% ขยายตัวในสหรัฐฯ 40.5% จีน 0.4% ญี่ปุ่น 9.7% สหภาพยุโรป (27) 20.6% และอาเซียน (5) 17.8% แต่หดตัวในตลาด CLMV 11.4% ตลาดรองเพิ่มขึ้น 3.3% ขยายตัวในออสเตรเลีย 8.6% ตะวันออกกลาง 19.4% ลาตินอเมริกา 25.6% แอฟริกา 20.4% และสหราชอาณาจักร 27.2% แต่หดตัวในรัสเซียและ CIS 30.1% และเอเชียใต้ 26.1% ตลาดอื่น ๆ ลดลง 60.6%

สำหรับแนวโน้มการส่งออกเดือนมีนาคม 2569 คาดว่าจะเริ่มชะลอตัวลง จากปัญหาค่าระวางและค่าขนส่งที่สูงขึ้น แต่ก็อาจเพิ่มขึ้นจากการที่ผู้ส่งออกต้องเร่งส่งออกเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีสหรัฐฯ ที่ยังไม่แน่นอน โดยมีระยะเวลาใช้อัตรา 10% ในช่วง 150 วัน ส่วนการเปิดไต่สวนตามมาตรา 301 มีกรอบการดำเนินการถึงกลางปี คาดว่าจะเห็นผลเรื่องภาษีในช่วงปลายปี

ด้านการนำเข้า มองว่าอาจชะลอตัวลงเช่นกัน เพราะน้ำมันและวัตถุดิบบางอย่างได้รับผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลาง กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์การส่งออกอย่างใกล้ชิด และประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยจะทบทวนเป้าหมายการส่งออกอีกครั้งในเดือนเมษายน 2569 หลังจากได้ตัวเลขการส่งออกไตรมาสที่ 1 แล้ว

เป้าหมายการส่งออกทั้งปี 2569 และมาตรการช่วยเหลือ

ขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังประเมินเป้าหมายการส่งออกทั้งปี 2569 อยู่ที่ 3 สมมติฐาน ได้แก่ ดีที่สุด บวก 1% มีค่าเฉลี่ยยอดส่งออกต่อเดือนที่ 28,235.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กลาง ๆ ติดลบ 1% มีค่าเฉลี่ยยอดส่งออกต่อเดือนที่ 27,522.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ ต่ำสุด ลบ 3% มีค่าเฉลี่ยยอดส่งออกต่อเดือนที่ 26,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นางนันท์นัดดา ภัททิยกุล ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กล่าวว่า DITP ได้ประชุมประเมินสถานการณ์ส่งออกกับภาคเอกชนอุตสาหกรรมต่าง ๆ พบว่าขณะนี้ได้รับผลกระทบจากค่าระวางเรือที่แพงขึ้นและปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ กระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาแล้ว โดยขอให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ช่วยหาแหล่งนำเข้าวัตถุดิบใหม่ ๆ และยังได้ประสานกับสถาบันการเงิน เช่น EXIM Bank เพื่อช่วยเหลือด้านสภาพคล่องให้กับผู้ส่งออก