ศุภจี ประกาศ 8 มาตรการบริหารผลไม้ปี 2569 ตั้งเป้าดูดซับ 1.1 ล้านตัน แก้ปัญหาล้นตลาด
กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศแผนการบริหารจัดการผลไม้สำหรับปี 2569 โดยมีเป้าหมายหลักในการดูดซับผลผลิตผลไม้รวม 1.1 ล้านตัน เพื่อแก้ไขปัญหาล้นตลาดและราคาต่ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทย
รายละเอียดมาตรการและเป้าหมาย
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยได้กำหนด 8 มาตรการบริหารจัดการผลไม้ปี 2569 ประกอบด้วย
- มาตรการดูแลด้านการผลิต 3 ข้อ
- มาตรการเพื่อการแปรรูป 2 ข้อ
- มาตรการด้านการตลาด 3 ข้อ
คาดว่าจะใช้งบประมาณรวมประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนมาตรการเหล่านี้ให้บรรลุเป้าหมาย
สถานการณ์ผลผลิตผลไม้ปี 2569
จากข้อมูลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คาดการณ์ว่าผลผลิตผลไม้ไทยทุกชนิดในปี 2569 จะมีปริมาณรวมประมาณ 6.91 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 3.8 แสนตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 5.8
สินค้าที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่
- มะพร้าว ซึ่งขณะนี้ราคาผ่านจุดต่ำสุดแล้ว หลังจากการเร่งกระจายสินค้า ทำให้ราคาสูงขึ้นลูกละ 4 บาท
- ทุเรียน คาดว่ามีผลผลิต 1.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 21
- มังคุด แม้คาดการณ์ผลผลิตจะลดลงร้อยละ 15 จาก 3.3 แสนตันเหลือ 2.8 แสนตัน แต่เนื่องจากเป็นผลไม้เน่าเสียง่าย จึงต้องเตรียมพร้อมการดูดซับตลาดและเร่งระบาย
นอกจากนี้ ผลไม้อื่นๆ มีแนวโน้มผลผลิตที่เปลี่ยนแปลง เช่น สับปะรดมีผลผลิต 1.3 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ส้มเขียวหวานและเงาะก็มีผลผลิตเพิ่มขึ้น ส่วนลำไยคาดลดลงร้อยละ 3 จาก 1.5 ล้านตันเหลือ 1.47 ล้านตัน
กิจกรรมขับเคลื่อนและแผนการส่งออก
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กิจกรรมขับเคลื่อนจะครอบคลุมทั้งการผลักดันตลาดในประเทศและการส่งออก ผ่านเครือข่ายธงฟ้า ตลาดสด ค้าปลีก และอุตสาหกรรมแปรรูป
รวมถึงการจัดรณรงค์การบริโภคผลไม้ไทยในต่างประเทศ และเพิ่มการขายผ่านบริษัทนำเข้าในตลาดใหม่ เช่น อินเดีย
ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน จะมีการจัดมหกรรมคลิกออฟรณรงค์บริโภคทุเรียนและผลไม้ไทยที่จังหวัดจันทบุรี โดยจะเรียนเชิญนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน
แผนการลดอุปสรรคและดูแลราคา
ที่ประชุมได้เห็นชอบแผนการลดอุปสรรคต่างๆ เช่น การจัดเตรียมตู้คอนเทนเนอร์ และการติดตามการขนส่งหลังเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเบื้องต้นมองว่าไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากผลไม้ส่วนใหญ่ส่งออกไปยังตลาดเอเชียและอาเซียนเป็นหลัก เช่น ทุเรียนส่งไปจีนมากกว่าร้อยละ 96
พร้อมกันนี้ ได้มีการนัดประชุมดูแลบริษัทรับซื้อผลผลิตเกษตร (ล้ง) เพื่อป้องปรามการกดราคาซื้อ และสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกร
นายวิทยากร กล่าวเสริมว่า "สำหรับทุเรียนปีนี้ คาดว่าผลผลิตจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 21 จึงต้องเร่งส่งออกและส่งเสริมการบริโภคในประเทศ เป้าหมายคือเพิ่มการส่งออกจาก 1.08 ล้านตัน เป็น 1.2-1.3 ล้านตัน และเพิ่มการบริโภคในประเทศจาก 4.7 แสนตัน เป็น 5.5 แสนตัน ซึ่งผลไม้อื่นๆ ก็จะดำเนินการในแนวทางเดียวกัน ทั้งการผลักดันส่งออก การแปรรูป การรณรงค์บริโภค รวมถึงการวางแผนล่วงหน้าเพื่อสร้างสมดุลระหว่างผลผลิตและการตลาด"
มาตรการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการบริหารจัดการผลไม้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและส่งเสริมเศรษฐกิจเกษตรของประเทศ



