ส่งออกไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โต 9.9% แต่ขาดดุลการค้าสะสม 2 เดือนทะลุ 2 แสนล้านบาท
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยสถิติการค้าระหว่างประเทศของไทยล่าสุด โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 การส่งออกขยายตัว 9.9% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่า 29,439.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 912,567 ล้านบาท ส่งผลให้การเติบโตนี้ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 ติดต่อกัน
นำเข้าพุ่งสูง ส่งผลขาดดุลการค้าทะลุสถิติ
อย่างไรก็ตาม การนำเข้าในเดือนเดียวกันพุ่งสูงขึ้นถึง 31.8% คิดเป็นมูลค่า 32,273.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.013 ล้านล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการนำเข้าเครื่องจักรเพื่อการลงทุนใหม่และเพิ่มเติมในประเทศ รวมถึงวัตถุดิบสำหรับการผลิตสินค้าและทองคำ ส่งผลให้เดือนกุมภาพันธ์ขาดดุลการค้า 2,833.6 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 101,166 ล้านบาท
เมื่อพิจารณาช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-กุมภาพันธ์) การส่งออกมีมูลค่า 61,012.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็นเงินบาทประมาณ 1.893 ล้านล้านบาท ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 67,149.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 30.5% คิดเป็นเงินบาทประมาณ 2.111 ล้านล้านบาท ส่งผลให้ขาดดุลการค้าสะสม 6,137.1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 217,866 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 13 ปี
ปัจจัยสนับสนุนการส่งออกและแนวโน้มชะลอตัว
นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ระบุว่าปัจจัยสนับสนุนการส่งออกมาจากความต้องการสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีที การเติบโตของภาคการผลิตอุตสาหกรรมโลก และการขยายตัวของสินค้าเกษตรศักยภาพจากความต้องการเฉพาะกลุ่มและปัจจัยฤดูกาล
สินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 13.3% ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ส่วนในช่วง 2 เดือนแรกของปีเพิ่มขึ้น 21.3% ในทางตรงกันข้าม สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรลดลง 5.7% จากการลดลงของยางพารา ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำตาลทราย เครื่องดื่ม และไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง โดยในช่วง 2 เดือนลดลง 3.8%
สำหรับแนวโน้มการส่งออกในเดือนมีนาคม 2569 คาดว่าจะเริ่มชะลอตัวลงจากปัญหาค่าระวางเรือและค่าขนส่งที่สูงขึ้น แต่อาจเพิ่มขึ้นจากการที่ผู้ส่งออกเร่งส่งออกเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีสหรัฐฯ ที่ยังไม่แน่นอน โดยมีระยะเวลาใช้อัตรา 10% ในช่วง 150 วัน ส่วนการนำเข้าอาจชะลอตัวลงเช่นกัน เนื่องจากน้ำมันและวัตถุดิบบางอย่างเริ่มขาดแคลนจากผลกระทบของการสู้รบในตะวันออกกลาง
การติดตามสถานการณ์และเป้าหมายการส่งออก
กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์การส่งออกอย่างใกล้ชิดและประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เพื่อนำมาทบทวนเป้าหมายการส่งออกของปี 2569 อีกครั้งในช่วงเดือนเมษายน หลังจากได้ตัวเลขส่งออกไตรมาสแรกแล้ว แต่ในขณะนี้ยังยืนยันเป้าหมายการส่งออกทั้งปีที่ 3 สมมติฐาน ได้แก่ ดีที่สุด บวก 1% มีค่าเฉลี่ยมูลค่าส่งออกต่อเดือนที่ 28,235.8 ล้านเหรียญสหรัฐ กลางๆ ติดลบ 1% มีค่าเฉลี่ยต่อเดือนที่ 27,522.6 ล้านเหรียญสหรัฐ และ ต่ำสุด ลบ 3% มีค่าเฉลี่ยต่อเดือนที่ 26,800 ล้านเหรียญสหรัฐ
นางนันท์นัดดา ภัททิยกุล ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่ากรมได้ประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ส่งออกกับภาคเอกชนอุตสาหกรรมต่างๆ พบว่าขณะนี้ได้รับผลกระทบจากค่าระวางเรือที่แพงขึ้นและขาดแคลนวัตถุดิบ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาแล้ว โดยขอให้ทูตพาณิชย์ในประเทศต่างๆ ช่วยหาแหล่งนำเข้าวัตถุดิบใหม่ๆ และประสานกับสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) เพื่อช่วยเหลือด้านสภาพคล่องให้กับผู้ส่งออก



