อัปเดต พ.ค. 2569 พบ 5 บริษัทเบี้ยวหนี้หุ้นกู้และหนี้ธนาคาร มูลค่าผิดนัดชำระรวมกว่า 546 ล้านบาท นักลงทุนที่ถือหุ้นกู้ต้องรับมืออย่างไร บทความนี้มีคำแนะนำ
5 บริษัทที่ผิดนัดชำระหนี้
ตลาดหุ้นกู้ไทยเผชิญข่าวร้ายต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเดือน พ.ค. 2569 ที่มีถึง 5 บริษัทจดทะเบียนประกาศผิดนัดชำระหนี้ รวมมูลค่าทะลุ 546 ล้านบาท ต่อไปนี้คือรายละเอียดของแต่ละบริษัท
1. บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS
ค่ายเพลงชื่อดัง RS ยอมรับว่าผิดนัดชำระหนี้กับสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง เนื่องจากขาดสภาพคล่อง ทำให้ไม่สามารถจ่ายหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงินมูลค่ากว่า 317 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาปรับเงื่อนไขการชำระหนี้
2. บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO
สื่อทีวี MONO ประกาศผิดนัดจ่ายหนี้ Letter of Credit เพื่อการค้ำประกันมูลค่ากว่า 284 ล้านบาท และไม่สามารถจ่ายหนี้เงินกู้ยืมระยะยาวกับธนาคารได้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาปรับโครงสร้างหนี้
3. บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF
บริษัทอสังหาริมทรัพย์ PF แจ้งผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้รวม 5 รุ่น มูลค่ารวม 760,035.57 บาท สาเหตุจากธุรกิจอสังหาฯ ซบเซา แม้มีแผนขายทรัพย์สินแต่ยังไม่ทันนำเงินมาจ่ายหนี้
4. บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) หรือ ECF
ECF แจ้งผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้รวม 7 รุ่น โดยมีแผนหลักคือขายทรัพย์สินเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย คาดว่าจะนำหุ้น ECF Power มาขายก่อน
5. บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND
GRAND ผิดนัดชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยหุ้นกู้ GRAND259B งวดที่ 1 หลังจากขอเลื่อนจ่ายไปก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่สามารถจ่ายได้เนื่องจากรอกระแสเงินสดจากการขายทรัพย์สิน โดยเลื่อนจ่ายเป็นวันที่ 5 มิ.ย. 2569 พร้อมดอกเบี้ยผิดนัด
2 บริษัทที่ต้องเฝ้าระวัง
นอกจาก 5 บริษัทที่ผิดนัดชำระหนี้แล้ว ยังมีอีก 2 บริษัทที่ต้องจับตาเนื่องจากมีแนวโน้มผิดนัดชำระหนี้ ได้แก่
- บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SQ กลุ่มธุรกิจรับเหมาเหมืองแร่ กำลังเร่งปรับโครงสร้างและยืดอายุหุ้นกู้ โดยล่าสุดมีการประชุมผู้ถือหุ้นกู้เพื่อขอเปลี่ยนเงื่อนไขการชำระหนี้และหลักประกัน
- บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ Richy กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ออกหุ้นกู้แบบไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Non-rated) ล่าสุด SET ขึ้นเครื่องหมาย ICB ถึง 4 รุ่น เพื่อเตือนนักลงทุนถึงแนวโน้มธุรกิจ และให้เข้าประชุมเพื่อขอขยายอายุและปรับเงื่อนไขหุ้นกู้
วิธีรับมือเมื่อถือหุ้นกู้ที่ผิดนัดชำระหนี้
บล. กสิกรไทย แนะนำ 4 ขั้นตอนสำหรับผู้ถือหุ้นกู้เมื่อเกิดการผิดนัดชำระหนี้
- ค้นหาใบหุ้นกู้ให้เจอ เนื่องจากต้องใช้ใบหุ้นกู้เพื่อแสดงสิทธิในการเรียกร้องหนี้ ควรเก็บรักษาไว้ทั้งแบบกระดาษหรือไฟล์ดิจิทัล
- ตรวจสอบผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ผู้แทนฯ มีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกู้ เช่น จัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ ติดตามข่าว หรือดำเนินการฟ้องร้อง
- ตรวจสอบประเภทและรุ่นของหุ้นกู้ เนื่องจากเงื่อนไขการได้รับเงินคืนอาจแตกต่างกัน เช่น ในกรณีบริษัทล้มละลาย ผู้ถือหุ้นกู้มีสถานะเป็นเจ้าหนี้ มีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ
- ติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ เช่น สถานะของหุ้นกู้ที่ผิดนัด การประชุมผู้ถือหุ้นกู้ หรือกระบวนการฟื้นฟูและล้มละลาย เพื่อวางแผนรับมือได้ทัน
หุ้นกู้ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ หากไม่เจอบริษัทที่ผิดนัดชำระหนี้ ดังนั้นก่อนซื้อหุ้นกู้ควรศึกษาความเสี่ยงของบริษัทให้ละเอียด และประเมินความสามารถในการรับความเสี่ยงของตนเอง
หมายเหตุ: การผิดนัดชำระหนี้มี 2 แบบ คือ การผิดนัดทางเทคนิค (Technical Default) เมื่อผู้ออกหุ้นกู้ทำผิดเงื่อนไขในสัญญา ซึ่งอาจเรียกประชุมผู้ถือหุ้นกู้เพื่อขอแก้ไข และการผิดนัดชำระหนี้ที่เกิดขึ้นจริง (Actual Default) เมื่อบริษัทไม่สามารถหรือตั้งใจไม่จ่ายเงินต้นหรือดอกเบี้ยตามกำหนด



