สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกรกฎาคม 2567 ว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน มาอยู่ที่ระดับ 42.3 จากระดับ 41.6 ในเดือนก่อนหน้า โดยเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งดัชนีความเชื่อมั่นปัจจุบันและดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคต
ปัจจัยที่สนับสนุนความเชื่อมั่น
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น มาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะการลดภาษีน้ำมัน และการอุดหนุนราคาก๊าซหุงต้ม รวมถึงการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และการส่งออกที่ขยายตัว
รายละเอียดของดัชนี
ดัชนีความเชื่อมั่นปัจจุบัน อยู่ที่ 40.1 เพิ่มขึ้นจาก 39.4 ในเดือนมิถุนายน ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคต อยู่ที่ 43.7 เพิ่มขึ้นจาก 43.0 สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม อยู่ที่ 42.3 เพิ่มขึ้นจาก 41.6
ข้อกังวลที่ยังมีอยู่
อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาอาหารและเครื่องดื่มที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้การบริโภคยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่
แนวโน้มในระยะต่อไป
สนค. คาดว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากรัฐบาลสามารถดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสถานการณ์เศรษฐกิจโลกไม่เลวร้ายลง โดยเฉพาะการส่งออกที่ยังต้องจับตาดูผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงความมั่นใจของประชาชนต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้จ่ายและการลงทุนในอนาคต



