นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก โดยหวังพลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยด้วยยุทธศาสตร์ “5I” พร้อมผลักดันมาตรการสำคัญหลายประการ
ยุทธศาสตร์ 5I ยกระดับขีดความสามารถ
นางพิมพ์ใจกล่าวถึง “The New Chapter of Thai Industry: Empowering Growth with 5-I” ซึ่งประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่
- Intelligent Industry (I1) ขับเคลื่อนสู่อุตสาหกรรมอัจฉริยะด้วย Digital และ AI
- Innovation & Creative Industry (I2) ผลักดันนวัตกรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มมูลค่า
- International Alliance & Network (I3) ขยายความร่วมมือและเครือข่ายทางธุรกิจระดับสากล
- Industrial Infrastructure Reform (I4) ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมเพื่อการแข่งขัน
- Inclusive & Sustainable Growth (I5) ส่งเสริมการเติบโตที่สมดุล ครอบคลุม และยั่งยืน
6 แนวทางเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ในการหารือครั้งนี้ ส.อ.ท. ได้เสนอ 6 แนวทางสำคัญเพื่อเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ได้แก่
- การส่งเสริมสินค้า Made in Thailand (MiT)
- การช่วยเหลือ SME เข้าถึงแหล่งทุน
- การเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและสนับสนุนพลังงานสะอาด
- การปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบที่ล้าสมัย
- การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
- การยกระดับการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมของประเทศ
นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังเสนอให้รื้อฟื้นการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เพื่อให้เกิดความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและเอกชน
บทบาทสำคัญของ SME
ปัจจุบัน ส.อ.ท. มีสมาชิกกว่า 16,000 ราย ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรมและ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ โดยกว่าร้อยละ 90 เป็นผู้ประกอบการ SME ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 30 ของ GDP หรือราว 5.7 ล้านล้านบาท การช่วยเหลือ SME ให้เข้าถึงแหล่งทุนจึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารืออย่างจริงจัง
การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5I และ 6 แนวทางดังกล่าว คาดว่าจะช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย และเตรียมความพร้อมรองรับเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ



