เผย 6 เทคนิคขับรถประหยัดน้ำมันรับมือวิกฤตน้ำมันแพงจากสงครามตะวันออกกลาง
6 เทคนิคขับรถประหยัดน้ำมันรับมือวิกฤตน้ำมันแพง (17.03.2026)

เผย 6 เทคนิคขับรถประหยัดน้ำมันรับมือวิกฤตน้ำมันแพงจากสงครามตะวันออกกลาง

สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันทั่วโลกอย่างรุนแรง ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการขนส่งน้ำมันจากภูมิภาคนี้ก็ประสบปัญหาความยากลำบาก สำหรับประเทศไทยเอง หลายจังหวัดกำลังเผชิญกับภาวะน้ำมันขาดแคลน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ซึ่งไม่เพียงใช้ในภาคการขนส่งเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนประกอบสำคัญในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ ทำให้เกิดภาพการต่อคิวเติมน้ำมันยาวเหยียด รวมถึงการนำแทงก์และถังแกลอนมาเก็บสำรองเพื่อใช้งาน

6 เทคนิคบริหารน้ำมันให้คุ้มค่าสูงสุดจาก DLT

เพื่อช่วยให้ผู้ใช้รถยนต์สามารถรับมือกับวิกฤตน้ำมันแพงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรวม 6 เทคนิคขับรถประหยัดน้ำมันที่แนะนำโดยกรมการขนส่งทางบก (DLT) ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่ายๆ ดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. ขับด้วยความเร็วสม่ำเสมอ: การรักษาความเร็วเฉลี่ยที่ 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะช่วยประหยัดน้ำมันได้มากถึง 20% เพราะการขับด้วยความเร็วคงที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจากการเร่งหรือเบรกบ่อยครั้ง
  2. หลีกเลี่ยงการบรรทุกของหนักเกินจำเป็น: ในช่วงวิกฤตเช่นนี้ ควรขนส่งเฉพาะสิ่งของที่จำเป็นเท่านั้น สำหรับรถกระบะ การถอดแร็คหลังคาออกจะช่วยลดแรงต้านลมและประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น
  3. ตรวจสอบสภาพรถเป็นประจำ: การเช็กเครื่องยนต์และลมยางอย่างสม่ำเสมอสามารถลดการใช้น้ำมันได้ถึง 10% เพราะเครื่องยนต์ที่ทำงานสมบูรณ์และยางที่มีลมเหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่
  4. ไม่ต้องวอร์มเครื่องยนต์นานเกินไป: แค่ค่อยๆ ออกตัวในช่วง 1-2 กิโลเมตรแรกก็เพียงพอแล้ว ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดน้ำมันแล้ว ยังลดการสึกหรอของเครื่องยนต์อีกด้วย
  5. หลีกเลี่ยงการเบิ้ลรถหรือขับกระชาก: การขับขี่อย่างนุ่มนวล ไม่ลากเกียร์หรือเร่งเครื่องรุนแรง จะช่วยถนอมทั้งเครื่องยนต์และประหยัดน้ำมันในระยะยาว
  6. ดับเครื่องยนต์เมื่อจอดรอนาน: หากต้องจอดรถรอเกิน 5-10 นาที ควรดับเครื่องยนต์เพื่อไม่ให้เปลืองน้ำมันโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองได้อย่างมีนัยสำคัญ

เทคนิคเหล่านี้ไม่เพียงช่วยประหยัดน้ำมันในช่วงวิกฤตเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการขับขี่ที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ผู้ใช้รถยนต์สามารถนำไปปฏิบัติได้ทันทีเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและรับมือกับสถานการณ์น้ำมันแพงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram