เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดระนองว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังไม่มีเลขที่บริเวณถนน 4080 ตำบลบางริ้น อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง หลังได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่กองบังคับการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามและความมั่นคงรูปแบบใหม่และปราบปรามภัยแทรกซ้อน 14 จังหวัดภาคใต้ ว่ามีการลักลอบจัดเก็บสินค้าหนีภาษีของชาวต่างชาติชาวเมียนมา
การตรวจสอบและยึดสินค้า
เจ้าหน้าที่ได้ประสานกำลังกับทหารชุดปฏิบัติภัยแทรกซ้อน ร.25 พัน.2 และชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองระนอง เข้าตรวจสอบโกดังบริษัท 168 ทรานสปอร์ต โลจิสติกส์ จำกัด ในการตรวจสอบเบื้องต้นพบสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องจักรผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ใช้ในโรงงานและโรงแรม รวมถึงเครื่องปรับอากาศแบบร้อนและเย็น มูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดสินค้าและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อคัดแยกและตรวจสอบที่มาของสินค้าต่อไป
นายกฯ เผยมีโทรศัพท์ลึกลับให้ล้มเลิกจับกุม
นายอนุทินกล่าวว่า ตนได้รับรายงานการตรวจจับสินค้าเถื่อนรายใหญ่ที่จังหวัดระนอง จึงเดินทางมาตรวจสอบ เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ เมื่อเห็นโกดังรู้สึกตกใจเพราะมีการกักตุนสินค้าที่เชื่อว่าไม่ได้เสียภาษี โดยสินค้าเหล่านี้น่าจะเป็นการแจ้งเป็นสินค้าผ่านแดนไม่เกิน 30 วัน แต่หากเกินกำหนดสินค้าจะตกเป็นของแผ่นดิน และเท่าที่ทราบสินค้าน่าจะเกิน 30 วันแล้ว
นายกฯ กล่าวว่า จะให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการหากนำหลักฐานการเสียภาษีมาแสดง แต่ถ้าไม่เสียภาษีก็จะดำเนินคดีและสืบถึงต้นตอเครือข่าย โกดังแห่งนี้มีสินค้าทุกรูปแบบ ตั้งแต่ของทั่วไปจนถึงเครื่องปรับอากาศกว่า 2,000 เครื่อง ปั๊มน้ำ และตัวแช่แข็ง จากการสอบถามผู้ร่วมจับกุม มีรายงานว่าหลังจับกุมมีโทรศัพท์ลึกลับเข้ามาให้ล้มเลิกการจับกุมและรีบออกจากสถานที่ โดยอ้างว่ารู้จักนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ รวมถึงมีโทรศัพท์จากฝั่งเมียนมาเข้ามาด้วย
นายกฯ ยืนยันไม่หวั่นไหว ดำเนินคดีเต็มที่
นายอนุทินกล่าวชื่นชมผู้จับกุมที่ไม่กลัวและไม่หวั่นไหว พร้อมยืนยันว่าวันนี้ตนมาอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่มีผู้ใหญ่ที่สูงกว่านี้มาเคลียร์เรื่องนี้ได้ จึงไม่ต้องกังวลอะไร รัฐบาลจะดำเนินคดีอย่างเต็มที่และการปราบปรามจะมีอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยหากปราบไม่ได้ก็จะยึดสินค้าให้เป็นของแผ่นดิน สินค้าที่ยึดได้วันนี้เป็นของทั่วไป ยังไม่มีอะไรเป็นอันตรายต่อความมั่นคง จากนี้หากพิสูจน์การเสียภาษีไม่ได้ก็ต้องยึดเป็นของแผ่นดินต่อไป นายกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอบคุณล่วงหน้า หากใครยังลักลอบนำเข้า จะไม่รอดแน่นอน



