สหพันธ์ขนส่งฯ ยื่น 4 ข้อเสนอถึงคลัง รองรับเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด
สหพันธ์ขนส่งฯ ยื่น 4 ข้อเสนอถึงคลัง รองรับเปลี่ยนผ่านพลังงาน

สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยได้เข้าหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการกำหนดมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคขนส่งและโลจิสติกส์ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน รวมถึงการสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ภายหลังการหารือเสร็จสิ้น นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าสหพันธ์ขนส่งฯ ได้เสนอ 4 แนวทางสำคัญเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้จริงในช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงาน

ข้อเสนอแรก: สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

ข้อเสนอแรกคือการขอให้รัฐบาลจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ในอัตรา 1% ระยะเวลา 5 ปี เพื่อช่วยผู้ประกอบการลงทุนเปลี่ยนผ่านจากรถใช้น้ำมันไปสู่รถไฟฟ้า (EV) รวมถึงอาจมีเงินช่วยเหลือสำหรับโครงการนำร่องในช่วงเริ่มต้น เนื่องจากรถบรรทุก EV มีราคาสูงกว่ารถเครื่องยนต์สันดาปภายในประมาณ 2 ล้านบาท โดยรถหัวลากทั่วไปมีราคาประมาณ 3 ล้านบาท ขณะที่รถ EV มีราคาสูงกว่า 5 ล้านบาท

ข้อเสนอที่สอง: ทบทวนโครงสร้างค่าไฟฟ้า

ข้อเสนอที่สองคือขอให้รัฐบาลทบทวนโครงสร้างค่าไฟฟ้าและต้นทุนพลังงาน เนื่องจากแม้จะเปลี่ยนมาใช้รถ EV แต่ค่าไฟฟ้ายังเป็นต้นทุนสำคัญของผู้ประกอบการ รวมถึงเสนอให้ดูแลต้นทุนพลังงานในภาพรวม เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นได้จริง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อเสนอที่สาม: เร่งลงทุนสถานีชาร์จ EV

ข้อเสนอที่สามคือการเร่งลงทุนสถานีชาร์จ EV และโครงสร้างพื้นฐานรองรับรถบรรทุกไฟฟ้า โดยระบุว่ารถบรรทุก EV ใช้เวลาชาร์จนานประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง และปัจจุบันยังมีสถานีชาร์จไม่เพียงพอ โดยเฉพาะการวิ่งระยะไกล นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐช่วยลดภาระค่ามัดจำหม้อแปลงไฟฟ้าในช่วงแรก เพราะต้นทุนลงทุนสถานีชาร์จอยู่ที่หลักล้านบาทต่อจุด ซึ่งผู้ประกอบการรายย่อยอาจไม่สามารถลงทุนเองได้

ข้อเสนอที่สี่: จัดทำ Master Plan

ข้อเสนอที่สี่คือขอให้รัฐบาลจัดทำ Master Plan การเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างชัดเจน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ครอบคลุมรถโดยสาร รถบรรทุก รถแท็กซี่ รถตุ๊กตุ๊ก และระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมด พร้อมมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว นอกจากนี้ สหพันธ์ขนส่งฯ ยังเสนอให้รัฐบาลเร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อรองรับมาตรการกีดกันทางการค้าของยุโรป เรื่องคาร์บอนเครดิต รวมถึงการบังคับใช้ พ.ร.บ.อากาศสะอาดในอนาคต โดยมองว่าการใช้พลังงานสะอาดจะช่วยลดมลพิษ ลดการนำเข้าน้ำมัน และช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

การสนับสนุน พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็น พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ว่าสหพันธ์ขนส่งฯ มีการนำเสนอเพื่อขอการสนับสนุนเงินส่วนดังกล่าวด้วยหรือไม่ นายทองอยู่ระบุว่ารัฐบาลมีการชี้แจงอย่างชัดเจนว่าวงเงิน 2 แสนล้านบาทแรกจะใช้ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย ส่วนอีก 2 แสนล้านบาทอาจนำมาใช้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานจากฟอสซิลสู่พลังงานสะอาดในระยะเริ่มต้น โดยอาจเริ่มจากโครงการนำร่องรถของหน่วยงานรัฐ เช่น รถ ขสมก. และรถ บขส. ก่อนขยายผลในอนาคต ซึ่งสหพันธ์ขนส่งฯ เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวของรัฐบาล

แนวคิดรถเก่าแลกรถใหม่

ขณะเดียวกัน ยังมีการหารือแนวคิด “รถเก่าแลกรถใหม่” แต่สหพันธ์ขนส่งฯ มองว่ายังต้องพิจารณาเรื่องการจัดการซากรถเก่าอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้กลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว เนื่องจากรถบรรทุกเก่ามีมูลค่าซากต่ำและขายต่อได้ยาก ต่างจากรถยนต์ทั่วไป

แนวทางต่อไป

นายทองอยู่ระบุเพิ่มเติมว่ารัฐบาลได้รับฟังข้อเสนอของสหพันธ์ขนส่งฯ และนำข้อมูลที่ได้ไปประมวลผลร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง คณะทำงานภายใน และกลุ่มผู้นำเข้า เพื่อกำหนดทิศทางแผนแม่บทที่ชัดเจน ก่อนที่จะเชิญผู้แทนจากภาคขนส่งมาหารือร่วมกันอีกครั้ง เพื่อหาข้อสรุปและมาตรการช่วยเหลือที่ตอบโจทย์ความต้องการและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในขั้นตอนต่อไป