รมว.พาณิชย์ตั้งทีมเฉพาะกิจรับมือไต่สวนมาตรา 301 จากสหรัฐฯ ชี้ 3 สินค้าอุตสาหกรรมเสี่ยง
ตั้งทีมรับมือไต่สวนมาตรา 301 จากสหรัฐฯ ชี้ 3 สินค้าเสี่ยง

รมว.พาณิชย์ตั้งทีมเฉพาะกิจรับมือไต่สวนมาตรา 301 จากสหรัฐฯ ชี้ 3 สินค้าอุตสาหกรรมเสี่ยง

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยกรณีสหรัฐอเมริกาเริ่มกระบวนการตรวจสอบประเทศคู่ค้า รวมถึงประเทศไทย ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ในประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้างในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งอาจนำไปสู่มาตรการตอบโต้ทางการค้า เช่น การเพิ่มภาษีศุลกากร โดยได้สั่งตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อเกาะติดสถานการณ์และหาแนวทางชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าว

ทีมเฉพาะกิจพร้อมชี้แจงข้อกล่าวหา

คณะทำงานพิเศษนี้มีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน พร้อมด้วยอธิบดีทุกกรมในกระทรวงพาณิชย์ร่วมทีม โดยจะประชุมและวิเคราะห์ผลกระทบเป็นรายเซ็กเตอร์ รวมถึงแนวทางการชี้แจง เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าไทยถูกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากเดิม กระบวนการนี้เกิดขึ้นหลังสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เริ่มไต่สวนประเทศคู่ค้า หากพบว่านโยบายเข้าข่ายไม่เป็นธรรมหรือเลือกปฏิบัติ ซึ่งสหรัฐมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการดึงฐานการผลิตกลับประเทศและส่งผลกระทบต่อการจ้างงานของแรงงานอเมริกัน

เหตุผลและอุตสาหกรรมที่ถูกจับตา

สหรัฐฯ ใช้เหตุผลประกอบการพิจารณาจากการที่ไทยมีการเกินดุลการค้าสินค้ากับสหรัฐสูงถึง 5.1 หมื่นล้านเหรียญฯ ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก 4.6 หมื่นล้านเหรียญฯ ในปี 2567 นอกจากนี้ ภาคการผลิตของไทยยังมีอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 60% ติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปี และมีเพียง 1 ใน 3 ของอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนการระบาดของโควิด-19 อุตสาหกรรมที่อยู่ในข่ายพิจารณา ได้แก่ กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักร และยาง ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่มีการเกินดุลการค้าในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

จุดแตกต่างและกระบวนการชี้แจง

อย่างไรก็ตาม ไทยมีความแตกต่างจากบางประเทศที่ถูกตรวจสอบ เนื่องจากไม่ได้ถูกระบุว่ามีนโยบายแทรกแซงค่าเงินเพื่อให้ได้เปรียบทางการค้า เหมือนกรณีสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และเวียดนาม รวมทั้งไม่มีมาตรการอุดหนุนการส่งออกในรูปเงินสดโดยตรงแบบบางประเทศ เช่น บังกลาเทศ นางศุภจี กล่าวว่า ประเทศไทยยังสามารถเข้าร่วมกระบวนการชี้แจง โดยต้องยื่นความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ USTR ภายในวันที่ 15 เมษายนนี้ รวมถึงยื่นคำร้องเพื่อเข้าร่วมการพิจารณาสาธารณะ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก่อนจะเปิดโอกาสให้ยื่นความเห็นโต้แย้งเพิ่มเติมภายใน 7 วันหลังเสร็จสิ้นการพิจารณา

"มาตรา 301 ไม่มีเพดานการเก็บภาษี แต่ที่ผ่านมาสหรัฐ เคยใช้มาตรา 301 กับจีน โดยเก็บภาษีในอัตรา 100% อย่างไรก็ตาม ไม่หนักใจในเรื่องประเด็นสมเหตุสมผล เรามีจุดชี้แจงได้ แต่ต้องชี้แจงให้ชัดเจนกรณีใช้โลคอลคอนเทนต์" นางศุภจี กล่าวทิ้งท้าย พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของประเทศ