ศุภจี เตรียมแจกคูปองน้ำมันสูงสุด 3,000 บาท กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านไทยช่วยไทยพลัส
ศุภจี แจกคูปองน้ำมัน 3,000 บาท กระตุ้นเศรษฐกิจ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการไทยช่วยไทยพลัส ว่า จะนำงบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท มาใช้สนับสนุนโครงการดังกล่าว เพื่อกระตุ้นการซื้อสินค้าและลดค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยเฉพาะการแจกคูปองเติมน้ำมันสำหรับรถพุ่มพวงที่ใช้ในการกระจายสินค้า

รายละเอียดการแจกคูปองเติมน้ำมัน

โครงการไทยช่วยไทยพลัสเตรียมแจกคูปองเติมน้ำมันให้กับผู้ประกอบการรถเร่ที่ร่วมกระจายสินค้า โดยแบ่งตามประเภทของรถ ดังนี้

  • รถกระบะ: ได้รับคูปองเติมน้ำมันสูงสุด 3,000 บาทต่อเดือน
  • รถสามล้อ: ได้รับคูปองเติมน้ำมัน 1,500 บาทต่อเดือน
  • รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง: ได้รับคูปองเติมน้ำมัน 1,000 บาทต่อเดือน

ขณะนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการเป็นรถเร่แล้วนับหมื่นราย ผ่านการรับสมัครของกรมการปกครอง ซึ่งจะช่วยให้การกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดไปถึงมือประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การขยายเครือข่ายและความร่วมมือ

นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยในการจัดจุดจำหน่ายสินค้าตามอำเภอต่างๆ รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากไปรษณีย์ไทยในการกระจายสินค้า นอกจากนี้ยังมีการขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าราคาถูก โดยตั้งเป้าจะกระจายสินค้าให้ทั่วถึงทั้งประเทศผ่านเครือข่ายร้านค้ากว่า 300 แห่งที่กระทรวงพาณิชย์ได้ทำความร่วมมือไว้

นอกจากนี้ กรมการปกครองจะช่วยกระจายสินค้าไปยังจุดที่เข้าไม่ถึง โดยรับสมัครรถเร่เพื่อสนับสนุนจุดกระจายสินค้าและบัตรเติมน้ำมันตามขนาดของรถ ยืนยันว่าจะต้องทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคถึงมือประชาชนให้ได้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การดูแลราคาอาหารและเงินเฟ้อ

สำหรับปัญหาอาหารตามสั่งที่ราคาสูงขึ้นและภาวะเงินเฟ้อ นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะดูแลในเรื่องของวัตถุดิบ โดยพยายามควบคุมราคาสินค้าประเภทนี้ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบตั้งต้น และอยู่ในโครงการไทยช่วยไทยอยู่แล้ว เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา ซอส น้ำมันพืช ฯลฯ พร้อมขอความร่วมมือร้านค้าให้ซื้อสินค้าจากต้นทาง แต่ก็เข้าใจในเรื่องค่าโดยสารและค่าน้ำมันที่ต้องเป็นไปตามกลไกตลาด

แผนระยะสั้น กลาง และยาว

นางศุภจีระบุว่า มาตรการระยะสั้นมีสินค้าลดราคาจากร้านค้าที่เข้าร่วมรายการกว่า 3,000 รายการ ส่วนระยะกลางและระยะยาวจะมีการดึงสินค้า SME และสินค้าวิสาหกิจชุมชนเข้ามาในโครงการระยะยาว ดังนั้นโครงการไทยช่วยไทยพลัสจึงเป็นโครงการที่มอบสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด และเป็นการสร้างศักยภาพและรายได้ให้กับสินค้าชุมชน รวมถึงจะมีการนำสินค้าเกษตรจากพื้นที่ต่างๆ มาร่วมในจุดกระจายสินค้าด้วย โดยจะขยายความร่วมมือไปยังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อสร้างมาตรฐานให้กับสินค้าต่อไป