ตลาดจีนโตสวนกระแส! ส่งออกข้าวอินทรีย์ไทยพุ่งกว่า 300% ในปี 2569
ส่งออกข้าวอินทรีย์ไทยพุ่ง 300% ตลาดจีนครองแชมป์ (07.03.2026)

ตลาดจีนโตสวนกระแส! ส่งออกข้าวอินทรีย์ไทยพุ่งกว่า 300% ในปี 2569

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยข้อมูลล่าสุดที่สะท้อนถึงความสำเร็จอย่างโดดเด่นของการส่งออกข้าวอินทรีย์ไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยในปี 2569 นี้ ตัวเลขการส่งออกได้ขยายตัวอย่างน่าตื่นเต้น สวนกระแสเศรษฐกิจโลกที่อาจมีทิศทางชะลอตัว

ตัวเลขส่งออกที่พุ่งทะยาน

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์ส่งออกข้าวคุณภาพสูง พบว่าการส่งออกข้าวอินทรีย์ไทยไปจีนในช่วงต้นปี 2569 มีแนวโน้มสดใสเป็นพิเศษ โดยในเดือนแรกของปี มีปริมาณส่งออกสูงถึง 638 ตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 334.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็นสัดส่วนส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 31.32% ทำให้จีนครองตำแหน่งตลาดส่งออกข้าวอินทรีย์ไทยอันดับ 1 อย่างไม่ต้องสงสัย

ตัวเลขนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ยังบ่งชี้ถึงค่านิยมการบริโภคที่เปลี่ยนไปในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน ซึ่งให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของอาหารมากขึ้นเรื่อยๆ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปัจจัยหนุนการเติบโต

ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตครั้งนี้มาจากกระแสความนิยมบริโภคสินค้าเพื่อสุขภาพในจีนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มชนชั้นกลางและผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง พร้อมจ่ายในราคาที่สูงกว่าเพื่อความมั่นใจด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิต

นอกจากนี้ ข้อมูลจากปี 2568 ยังแสดงให้เห็นว่า จีนได้ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในตลาดข้าวอินทรีย์ของไทย โดยมีปริมาณส่งออกข้าวไปจีนในภาพรวม 3,352 ตัน เพิ่มขึ้น 727.65% หรือคิดเป็นมูลค่า 155 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 715.79% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แผนงานและยุทธศาสตร์ในอนาคต

กรมการค้าต่างประเทศมีแผนงานเชิงรุกเพื่อยกระดับและขยายตลาดต่อไป โดยจะร่วมมือกับหน่วยงานภายในกระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อสนับสนุน SMEs ที่ปลูกข้าวประณีต และผลักดันสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

แผนงานสำคัญรวมถึงการจัดงานเปิดตัวที่เมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2569 พร้อมทั้งเดินหน้าประชาสัมพันธ์ข้าวคุณภาพสูงและข้าวประณีต เพื่อเจาะตลาดพรีเมียมและตลาดเฉพาะกลุ่ม โดยมีเป้าหมายหลักคือ:

  • สร้างการรับรู้และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับข้าวอินทรีย์ไทยในฐานะ "ข้าวคุณภาพสูง"
  • ทำให้ข้าวอินทรีย์ไทยเป็นที่รู้จักแพร่หลายในกลุ่มผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ผู้แทนจำหน่าย และผู้บริโภคในต่างประเทศ
  • กระตุ้นการบริโภคและเพิ่มคำสั่งซื้อจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

การเติบโตในครั้งนี้ไม่เพียงเพิ่มโอกาสทางการค้า แต่ยังตอกย้ำศักยภาพการแข่งขันด้านคุณภาพมาตรฐานและ Brand Loyalty ของข้าวคุณภาพสูงไทยในกลุ่มผู้บริโภคระดับพรีเมียมของจีน ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อการส่งออกข้าวอินทรีย์ไทยในระยะยาว หากสามารถรักษามาตรฐานและสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง จีนมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นตลาดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของข้าวคุณภาพสูงไทยในอนาคต