"ลูกต้องได้เรียน" ประโยคสั้นๆ ที่มาพร้อม "ภาระการเงินก้อนใหญ่" ของครอบครัว "วันเปิดเทอม" เศรษฐศาสตร์ในชีวิตจริงของผู้ปกครอง พร้อมเปิดค่าใช้จ่าย 1 ครอบครัวต้องเตรียมเงินไว้ใช้ในช่วงเปิดเทอมไว้ที่เท่าไหร่? โดย PPTV Online เผยแพร่: 11 พ.ค. 2569
เศรษฐกิจเปิดเทอม: ผู้ปกครองต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง?
ทุกครั้งที่ปฏิทินเดินเข้าใกล้ "วันเปิดเทอม" หลายครอบครัวบรรยากาศไม่ได้มีแค่ความตื่นเต้นของเด็กที่จะได้ไปโรงเรียน แต่เต็มไปด้วยคำถาม การชั่งน้ำหนัก และความกังวลของผู้ปกครอง ที่จะต้องจ่ายทั้งค่าเทอม หนังสือ ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน ค่าเดินทาง ค่าเรียนพิเศษ ทั้งหมดนี้คือ "ต้นทุน" ที่มากองอยู่ตรงหน้า
สราลี วงษ์เงิน Economist, Bnomics จากธนาคารกรุงเทพ ได้วิเคราะห์ว่า นี่คือสนามสอบจริงของ "เศรษฐศาสตร์" ในชีวิตประจำวัน
ค่าเทอมต้องแลกกับอะไรบ้าง? ทุกทางเลือกมีราคาที่มองไม่เห็น
ต้นทุนค่าเสียโอกาส คือ "สิ่งที่ดีที่สุดที่เราต้องยอมสละไป" เมื่อเลือกอีกทางหนึ่ง เมื่อเงินก้อนหนึ่งถูกนำไปจ่ายค่าเทอมลูก ต้นทุนที่แท้จริงไม่ได้มีแค่ตัวเลขในใบเสร็จ แต่คือสิ่งที่ต้อง "ยอมเสียไป" เช่น การลดเงินออมฉุกเฉิน การเลื่อนซ่อมบ้าน การงดกิจกรรมพักผ่อนของครอบครัว หรือแม้แต่การตัดค่าใช้จ่ายจำเป็นบางอย่างออก ดังนั้น วันเปิดเทอมจึงเป็นช่วงเวลาที่ต้นทุนค่าเสียโอกาส "ชัด" กว่าช่วงใดของปี เพราะทุกบาทมีทางเลือกอื่นรออยู่เสมอ
จะใช้เงิน "วันนี้" หรือเก็บไว้ "วันหน้า"
มนุษย์ไม่ได้ตัดสินใจแค่จะ "ใช้เงินกับอะไร?" แต่ต้องตัดสินใจด้วยว่าจะ "ใช้ตอนไหน?" ใช้มากวันนี้ เหลือน้อยในอนาคต ออมวันนี้ ใช้ได้มากกว่าในวันหน้า บางครอบครัวเลือกดึงเงินในอนาคตมาใช้วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการรูดบัตรเครดิต การกู้สินเชื่อส่วนบุคคล กู้ยืมกองทุนเพื่อการศึกษา หรือแม้กระทั่งนำทรัพย์สินบางอย่างไปจำนำ เพื่อให้ลูกได้เรียนโรงเรียนที่ต้องการ แม้รายได้ปัจจุบันยังไม่พอ การตัดสินใจนี้สะท้อนว่าครอบครัวให้ความสำคัญกับการศึกษาปัจจุบัน มากกว่า ภาระหนี้ที่ต้องจ่ายในอนาคต
ในทางกลับกัน บางครอบครัวเลือกออมเงินในวันนี้ เพื่อความมั่นคงระยะยาว หลายบ้านตัดสินใจไม่ส่งลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์ แม้จะจ่ายไหวเพราะต้องการเก็บเงินจำนวนมากนี้ไว้ เพื่อเป็นค่าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ หรือเป็นทุนชีวิตในอนาคตของลูก สะท้อนว่า ครอบครัวให้น้ำหนักกับ "ความมั่นคงในอนาคต" มากกว่า "ปัจจุบัน" ซึ่งไม่มีทางเลือกไหนถูกหรือผิด แต่เป็นเรื่องของ "การให้น้ำหนักเวลา" ที่ต่างกัน
การศึกษา = การลงทุน
"มนุษย์เองก็เป็นทรัพยากรที่สามารถลงทุนได้" เหมือนกับเครื่องจักรหรือธุรกิจ พ่อแม่จำนวนมากยอมจ่ายแพงขึ้น เพื่อหวังให้ลูกได้เรียนในโรงเรียนที่ดีกว่าและหวังว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการหารายได้ในอนาคต แต่คำถามสำคัญคือ "ผลตอบแทนคุ้มกับต้นทุนหรือไม่?" การเลือกโรงเรียน เป็นหนึ่งในการลงทุนที่วัดผลยากที่สุด เพราะ "ผลลัพธ์" ไม่ได้ออกมาเป็นตัวเลขทันที ค่าเทอมแพง ไม่ได้การันตีความสำเร็จ และโรงเรียนดี ไม่ได้สร้างผลลัพธ์เหมือนกันสำหรับทุกคน สุดท้าย ความสำเร็จของเด็ก ยังขึ้นอยู่กับตัวเด็กเอง วิธีการเลี้ยงดู โอกาสทางสังคม นี่จึงเป็นการลงทุนที่ "ความเสี่ยงสูง" และ "ผลตอบแทนไม่แน่นอน" มากที่สุดแบบหนึ่ง
ช่วงเปิดเทอม ของมักแพงขึ้น
ช่วงเปิดเทอม ผู้ปกครองแทบทุกบ้านต้องซื้อของเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น ชุดนักเรียน หนังสือ อุปกรณ์การเรียน เมื่อ "ความต้องการพุ่งพร้อมกัน" ราคาสินค้าหลายอย่างจึงขยับขึ้นตามกลไกตลาด ร้านค้าบางแห่งอาจจัดโปรโมชั่น แต่บางแห่งก็อาจปรับราคาเพิ่ม เพราะรู้ว่า "ยังไงก็ต้องซื้อ" ผู้ปกครองที่วางแผนล่วงหน้า มักได้ของถูกกว่า เพราะ "ข้อมูลและเวลา" คืออาวุธทางเศรษฐศาสตร์
ความรัก vs เหตุผล
เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม อธิบายว่า มนุษย์มี "อคติ และอารมณ์" ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ ในโลกจริง มนุษย์ไม่ได้คิดแบบมีเหตุผล 100% โดยเฉพาะเรื่อง "ลูก" ตัวอย่างที่เกิดขึ้นบ่อย คือ
- ยอมจ่ายแพง เพราะ "กลัวลูกเสียโอกาส" (Loss Aversion)
- เลือกโรงเรียนตามกระแส (Herd Behavior)
- เชื่อข้อมูลที่โรงเรียนนำเสนอ เช่น "สอบติด 90%" (Framing Effect)
แม้บางครั้งจะเกินกำลังทางการเงิน แต่ก็ยังเลือก…เพราะ "อยากให้ดีที่สุด" นี่ไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือธรรมชาติของมนุษย์ ที่ความรู้สึกมักชนะตัวเลข
ห้องเรียนที่ไม่ได้อยู่ในโรงเรียน
สราลี วงษ์เงิน Economist, Bnomics จากธนาคารกรุงเทพ สรุปไว้ว่า วันเปิดเทอมไม่ได้สอนแค่เด็กในห้องเรียน แต่กำลังสอน "ผู้ปกครอง" ไปพร้อมกัน ทุกการตัดสินใจ—ตั้งแต่จ่ายค่าเทอม กู้เงิน เลือกโรงเรียน ไปจนถึงซื้อดินสอแท่งเดียวล้วนสะท้อนหลักเศรษฐศาสตร์แทบทั้งสิ้น และคำถามที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่ "จ่ายไปเท่าไหร่" แต่คือ "สิ่งที่เราได้กลับมา คุ้มค่ากับสิ่งที่เราต้องเสียไปหรือไม่" เพราะสุดท้ายแล้ว เศรษฐศาสตร์ไม่ใช่เรื่องของเงินอย่างเดียว แต่มันคือ "ศิลปะของการเลือก ในโลกที่ทุกอย่างมีต้นทุนเสมอ"
เปิดค่าใช้จ่าย 1 ครอบครัว ต้องเตรียมเงินไว้ใช้ในช่วงเปิดเทอมไว้ที่เท่าไหร่?
ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ทำการสำรวจ "พฤติกรรมการใช้จ่ายและผลกระทบของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม ปีการศึกษา 2569" พบว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครอบครัวจะอยู่ที่ประมาณ 29,930 บาท
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครอบครัวช่วงเปิดเทอม
หากแบ่งตามประเภทของสถานศึกษา พบว่า
- โรงเรียนรัฐบาลห้องปกติ: 10,975 บาท
- โรงเรียนรัฐบาลห้องพิเศษ: 33,874 บาท
- โรงเรียนเอกชนภาคปกติ: 31,040 บาท
- โรงเรียนเอกชนสองภาษา: 52,660 บาท (สูงสุด)
ผู้ปกครองส่วนใหญ่ซื้อสินค้าอะไรบ้าง?
สำหรับพฤติกรรมการซื้อสินค้า พบว่า ผู้ปกครองส่วนใหญ่ยังคงต้องซื้อหนังสือเรียนใหม่ทั้งหมด (ร้อยละ 84.4) และรองเท้า/ถุงเท้านักเรียนใหม่ทั้งหมด (ร้อยละ 61.4) ขณะที่ สินค้าอื่น เช่น อุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน และกระเป๋านักเรียน มีแนวโน้มซื้อใหม่เพียงบางส่วน หรือ หันมาใช้ของเดิมมากขึ้น
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเล่าเรียนของบุตร
เมื่อมองถึงสถานะทางการเงินของแต่ละบ้าน ผลสำรวจสะท้อนว่า ผู้ปกครองร้อยละ 72.9 มีเงินเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม ขณะที่ร้อยละ 27.1 ระบุว่ามีเงินไม่เพียงพอ โดยเลือกใช้วิธีแก้ไขปัญหาด้วยการกู้เงินในระบบ (ร้อยละ 26.0) การจำนำทรัพย์สิน (ร้อยละ 21.7) และการยืมจากญาติพี่น้อง (ร้อยละ 15.7) นอกจากนี้ เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ปกครองยังเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันส่งผลกระทบอย่างมากต่อค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา จึงปรับตัวด้วยการลดค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว ค่าใช้จ่ายส่วนตัว และค่าอาหาร เพื่อรักษาค่าเล่าเรียนของบุตรหลานเป็นลำดับแรก
อย่างไรก็ตาม พ่อแม่จำนวนมากยอมจ่ายแพง เพราะเชื่อว่าการศึกษาจะเปลี่ยนอนาคตลูกได้ แต่ในโลกจริงไม่มีโรงเรียนไหนการันตีความสำเร็จได้ 100% เด็กบางคนเรียนโรงเรียนธรรมดา แต่เติบโตได้ดี บางคนเรียนแพง แต่ไม่มีความสุข นี่คือ "การลงทุน" ที่ผลตอบแทนวัดยากที่สุดแบบหนึ่ง
สุดท้ายแล้ว วันเปิดเทอมอาจไม่ได้เป็นแค่วันของเด็ก แต่มันคือวันที่พ่อแม่กำลัง "เลือกอนาคต" ให้ลูก ภายใต้ข้อจำกัดของเงิน เวลา และความหวังที่มี และบางที…สิ่งที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่โรงเรียนที่แพงที่สุด แต่อาจเป็น "ความมั่นคง" และ "ความพร้อมของครอบครัว" ที่จะเดินไปกับลูกได้นานที่สุด



