ธนาคารโลก (World Bank) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2568 เป็นร้อยละ 2.9 จากเดิมที่คาดไว้ร้อยละ 2.4 โดยระบุว่าได้รับแรงหนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโต
รายงานล่าสุดของธนาคารโลกชี้ให้เห็นว่าภาคการท่องเที่ยวของไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึงระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายในปี 2568 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การบริโภคภาคเอกชนยังคงขยายตัวได้ดี สะท้อนจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้นและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
ความเสี่ยงและความท้าทาย
อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกยังเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า เช่น ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจจำกัดการบริโภคในระยะยาว นอกจากนี้ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของไทยก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา
- การท่องเที่ยว: คาดว่าจะฟื้นตัวเต็มที่ภายในปี 2568 สร้างรายได้และจ้างงานจำนวนมาก
- การบริโภคภาคเอกชน: ได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น
- การส่งออก: ยังคงเผชิญความท้าทายจากอุปสงค์โลกที่ชะลอตัว
นโยบายการคลังและการเงิน
ธนาคารโลกแนะนำให้รัฐบาลไทยดำเนินนโยบายการคลังอย่างระมัดระวัง โดยเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยควรคงนโยบายการเงินที่เหมาะสมเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคาและสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
สำหรับปี 2569 ธนาคารโลกคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวร้อยละ 3.0 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนภาครัฐและเอกชนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่ภาคบริการและอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง



