ครม.ชงปรับโครงสร้างค่าไฟ อุ้มคนใช้น้อยไม่เกิน 200 หน่วย ขอกู้กองทุนน้ำมัน 2 หมื่นล้าน
ครม.ชงปรับโครงสร้างค่าไฟ อุ้มคนใช้น้อยไม่เกิน 200 หน่วย

นายกฯ นำประชุม ครม. จับตา กระทรวงพลังงาน ชงปรับโครงสร้างค่าไฟ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าตึกบัญชาการ 1 เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าในการลงนามตั้งคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ นายอนุทินตอบเพียงว่า “นี่แหละ เซ็นวันนี้” ก่อนเดินขึ้นตึกไปทันที

ปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ 3 กลุ่ม

สำหรับวาระการประชุม ครม.ในครั้งนี้ กระทรวงพลังงานเสนอปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ ก่อนนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติในวันพรุ่งนี้ เพื่อให้มีผลใช้ในรอบบิลเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป โดยอัตราค่าไฟใหม่จะครอบคลุม 23.2 ล้านครัวเรือน แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

  • กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยกว่า 200 หน่วย มุ่งเน้นช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อย กำหนดอัตราค่าไฟฟ้าไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ครอบคลุม 15.4 ล้านครัวเรือนที่ใช้ไฟน้อยกว่า 200 หน่วย และอีก 7.8 ล้านครัวเรือนที่ใช้ไฟมากกว่า 200 หน่วย
  • กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้า 201-400 หน่วย เป็นครัวเรือนใช้ไฟฟ้าระดับปานกลาง คิดอัตราค่าไฟฟ้าปกติที่ 3.95 บาทต่อหน่วย มีประชาชนกลุ่มนี้ 4.6 ล้านครัวเรือน
  • กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป สำหรับบ้านเรือนที่ใช้ไฟฟ้าสูง 3.2 ล้านครัวเรือน จะถูกปรับขึ้นจากเดิมเฉลี่ย 4.50 บาทต่อหน่วย เป็นมากกว่า 5 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 1 บาทต่อหน่วย ควรพิจารณาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เป็นทางเลือกประหยัดค่าไฟฟ้า

ขอกู้กองทุนน้ำมัน 2 หมื่นล้าน

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานจะเสนอที่ประชุม ครม. อนุมัติในหลักการกู้ยืมเงินจากสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 2 หมื่นล้านบาท โดยไม่ต้องให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สำหรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส ยังไม่เข้าที่ประชุม ครม. ในสัปดาห์นี้ โดยต้องรอสอบถามกรมบัญชีกลางและสำนักงบประมาณว่าเหลือเงินเท่าใด จากนั้นจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจสัปดาห์หน้า

มีรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับโครงการและเตรียมแหล่งที่มาของเงินเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งจำนวนคนที่จะได้รับสิทธิกว่า 20 ล้านคน โดยรัฐจ่ายให้ 60% และผู้ได้รับสิทธิจ่ายเอง 40% โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนในเดือนพฤษภาคมและเริ่มรับเงินในเดือนมิถุนายน คนละ 4,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน เดือนละ 1,000 บาท

ในส่วนของจำนวนเงินงบประมาณปี 2569 ที่ไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ภายในวันที่ 30 เมษายน เพื่อจะออกพระราชบัญญัติโอนงบประมาณดังกล่าวมาใช้ในโครงการดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ที่ประชุม ครม. จะมีการพิจารณาให้ความเห็นชอบ การทบทวนประมาณการรายได้ กำหนดนโยบาย วงเงินงบประมาณรายจ่าย และโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ตามมติของ 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ ได้แก่ กระทรวงการคลัง สศช. ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงบประมาณ

นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. เตรียมเห็นชอบให้ น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี