พาณิชย์เผย "ไทยช่วยไทย" 2 ครั้ง ยอดพุ่ง 60 ล้าน ประชาชนแห่ซื้อของถูก
พาณิชย์เผย "ไทยช่วยไทย" 2 ครั้ง ยอดพุ่ง 60 ล้าน

กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยผลการจัดจำหน่ายสินค้าโครงการ "ไทยช่วยไทย" ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ จำนวน 2 ครั้ง ในวันที่ 1 และ 8 พฤษภาคม 2569 พบว่ามีประชาชนจับจ่ายซื้อสินค้ารวมกว่า 60.85 ล้านบาท โดยมีผู้เข้าร่วมซื้อสินค้ากว่า 5 แสนคน สะท้อนถึงความสำเร็จของภาครัฐในการกระจายสินค้าคุณภาพดีในราคาประหยัดให้แก่ประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ผลการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ครั้งที่ 1

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ในวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569 มียอดจำหน่ายรวม 33,738,292.45 บาท มีประชาชนเข้าร่วมซื้อสินค้า 283,894 คน และมีร้านค้าที่เข้าร่วมทั้งสิ้น 12,491 ร้าน โดยแบ่งเป็นห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ 1,245 ร้าน ร้านค้า OTOP 5,749 ร้าน และร้านค้าชุมชน 5,497 ร้าน

จังหวัดและอำเภอที่มีการซื้อสินค้าสูงสุด 5 อันดับแรก

จังหวัดที่มีการซื้อสินค้าสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ 1,192,891 บาท จังหวัดนครราชสีมา 1,167,683 บาท จังหวัดเชียงใหม่ 1,057,660 บาท จังหวัดขอนแก่น 1,056,944 บาท และจังหวัดยะลา 836,991 บาท ส่วนอำเภอที่มีการซื้อสินค้าสูงสุด ได้แก่ อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา 468,956 บาท อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี 277,000 บาท อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี 269,870 บาท อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ 228,207 บาท และอำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ 210,934 บาท

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สินค้าขายดีในครั้งที่ 1

สินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในกลุ่มห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ได้แก่ น้ำมันสำหรับประกอบอาหาร ไข่ไก่และไข่เป็ด ผลิตภัณฑ์ซักผ้า ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม และข้าวทุกประเภท ส่วนสินค้า OTOP ที่ขายดี ได้แก่ ประเภทอาหาร ผ้าและเครื่องแต่งกาย ของใช้ เครื่องดื่ม และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ขณะที่สินค้าอื่นๆ ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ อาหารสด อาหารแปรรูป ขนมและเบเกอรี่ เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ครั้งที่ 2

ในวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 มียอดจำหน่ายรวม 27,115,998 บาท มีประชาชนเข้าร่วมซื้อสินค้า 217,619 คน และมีร้านค้าที่เข้าร่วม 9,721 ร้าน ประกอบด้วยห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ 1,210 ร้าน ร้านค้า OTOP 4,506 ร้าน และร้านค้าชุมชน 4,005 ร้าน

จังหวัดและอำเภอที่มีการซื้อสินค้าสูงสุด 5 อันดับแรก

จังหวัดที่มีการซื้อสินค้าสูงสุด ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ 1,047,798 บาท จังหวัดนครราชสีมา 937,358 บาท จังหวัดเชียงใหม่ 880,018 บาท จังหวัดชลบุรี 833,726 บาท และจังหวัดราชบุรี 741,810 บาท ส่วนอำเภอที่มีการซื้อสินค้าสูงสุด ได้แก่ อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี 348,227 บาท อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี 280,019 บาท อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา 266,846 บาท อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ 257,144 บาท และอำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต 255,700 บาท

สินค้าขายดีในครั้งที่ 2

สินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในกลุ่มห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ได้แก่ น้ำมันสำหรับประกอบอาหาร ไข่ไก่และไข่เป็ด ผลิตภัณฑ์ซักผ้า ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม และน้ำตาล ส่วนสินค้า OTOP ที่ขายดี ได้แก่ ประเภทอาหาร ผ้าและเครื่องแต่งกาย ของใช้ เครื่องดื่ม และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ขณะที่สินค้าอื่นๆ ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ อาหารสด วัตถุดิบประกอบอาหาร อาหารแปรรูป ขนมและเบเกอรี่ และเครื่องดื่ม

กำหนดการจำหน่ายเพิ่มเติมและช่องทางอื่นๆ

โครงการ "ไทยช่วยไทย" ยังคงจัดจำหน่ายทุกวันศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคม 2569 โดยเหลืออีก 3 ครั้งในวันที่ 15, 22 และ 29 พฤษภาคม 2569 ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าลดราคาสูงสุดถึง 58% ซึ่งเป็นราคาต่ำกว่าท้องตลาด โดยมีสินค้าอุปโภคบริโภคจากห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่กว่า 3,000 รายการ รวมถึงสินค้า OTOP และสินค้าชุมชน นอกจากนี้ ยังสามารถซื้อสินค้า "ไทยช่วยไทย" ได้ที่ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น ท็อปส์ บิ๊กซี โลตัส แม็คโคร ซีเจ โกโฮลเซลล์ และห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นใกล้บ้าน

ความสำเร็จของโครงการและแนวทางในอนาคต

นายพูนพงษ์กล่าวทิ้งท้ายว่า โครงการ "ไทยช่วยไทย" เป็นโมเดลสำคัญที่เกิดจากการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น ซึ่งไม่เพียงช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน แต่ยังสร้างโอกาสทางการค้าให้ผู้ผลิตสินค้า SME ไทย และขอขอบคุณกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย รวมถึงนายอำเภอทุกแห่งที่ร่วมมือกันจัดกิจกรรมดีๆ เพื่อประชาชน