หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดจันทบุรี เตรียมรับมือผลผลิตทุเรียนรุ่นที่ 2 ซึ่งกำลังจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ โดยเน้นย้ำการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ควบคู่การเฝ้าระวังผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วงมรสุม
สกัดกั้นทุเรียนด้อยคุณภาพ
ตั้งแต่ช่วงค่ำวานนี้ (5 พ.ค. 2569) นายชณาดลย์ สัตธณภัทร ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 พร้อมด้วยเกษตรจังหวัด เกษตรและสหกรณ์จังหวัด นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สกัดกั้นการเคลื่อนย้ายทุเรียนด้อยคุณภาพหรือทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด ตามเส้นทางหลักสายต่างๆ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากลมพายุระลอกสอง ทุเรียนใกล้จะเก็บเกี่ยวถูกลมพายุซัดร่วงหล่นเสียหายหลายพื้นที่รวมกว่า 100 ตัน
นายชณาดลย์เปิดเผยว่า ทุเรียนที่ร่วงจากพายุหรือทุเรียนลมหากหลุดรอดออกไปในตลาดจะเป็นการทำลายชื่อเสียงและความเชื่อมั่น การสกัดกั้นไม่ใช่แค่การตรวจ แต่คือการติดตามข้อมูลถึงปลายทางเพื่อให้มั่นใจว่าทุเรียนเหล่านี้จะถูกตัดออกจากวงจรตลาดอย่างสิ้นเชิง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบรถบรรทุกหลายสิบคันมีการทยอยขนทุเรียนออกจากพื้นที่ประสบภัยในอำเภอเขาคิชฌกูฏและอำเภอท่าใหม่ เจ้าหน้าที่ได้บันทึกประวัติและตรวจสอบเอกสารปลายทาง สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทุเรียนเริ่มเข้าสี (ร้อยละ 85) อนุญาตให้เคลื่อนย้ายไปยังโรงงานแปรรูปหรือห้องเย็นเพื่อทำไอศกรีม และกลุ่มทุเรียนอ่อนไม่เข้าสี (ร้อยละ 15) คัดแยกออกจากระบบการค้าเพื่อนำไปทำปุ๋ยหมักในชุมชน พร้อมทำสัญลักษณ์ห้ามจำหน่ายโดยเด็ดขาด
สุ่มตรวจล้งและแผงค้าปลีก
ขณะเดียวกัน ชุดเฉพาะกิจได้สุ่มตรวจสอบตามล้ง (โรงคัดบรรจุ) และแผงค้าปลีกทั่วจังหวัด เพื่อป้องกันการนำทุเรียนร่วงมาปะปนกับทุเรียนคุณภาพที่เตรียมส่งออก ส่วนความเดือดร้อนของชาวสวน ได้มีการประสานเครือข่ายสหกรณ์เปิดจุดรับซื้อทุเรียนร่วงที่ยังมีคุณภาพเพื่อนำไปแปรรูป เป็นการช่วยเหลือด้านรายได้ควบคู่ไปกับการรักษาภาพลักษณ์ทุเรียนเมืองจันทบุรี
รับมือทุเรียนรุ่นที่ 2 ปริมาณกว่า 3 แสนตัน
นางสาวปาจรีย์ แน่นหนา เกษตรและสหกรณ์จังหวัดจันทบุรี นางสาวจารุวรรณ ทองใบ เกษตรจังหวัด นายกิตติเกษม นิ่มสะอาด ผู้อำนวยการกองควบคุมมาตรฐาน สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ รวมถึงนายชณาดลย์ สัตธณภัทร ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 เตรียมรับมือผลผลิตทุเรียนในรุ่นหลัง ที่คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณสูงถึง 318,191 ตัน คิดเป็นร้อยละ 49.26 ของผลผลิตทั้งหมดในฤดูกาล ซึ่งถือเป็นช่วงพีคสุดของการผลิตทุเรียนปีนี้ ท่ามกลางความเสี่ยงจากพายุฤดูร้อนที่จะส่งผลกระทบเกิดความเสียหายต่อสวนทุเรียนและคุณภาพที่จะออกสู่ตลาด
สถานการณ์ราคาทุเรียน
ในด้านสถานการณ์ราคาซื้อขาย เฉลี่ยทุเรียนเกรด AB ปัจจุบัน พบว่า หมอนทองอยู่ที่ 125–135 บาทต่อกิโลกรัม กระดุม 55–65 บาทต่อกิโลกรัม ชะนี 70–90 บาทต่อกิโลกรัม และพวงมณี 60–80 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบราคาผลผลิตทุเรียนปีนี้กับปีที่แล้ว พบว่า ภาพรวมราคายังคงมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แม้ในบางช่วงราคาจะยังทรงตัวได้ในระดับที่น่าพอใจ ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญมาจากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการแข่งขันในตลาดส่งออก โดยเฉพาะจากประเทศคู่แข่ง ส่งผลให้ราคาผลผลิตโดยรวมปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ทุเรียนตกไซส์และช่องทางจำหน่าย
ส่วนทุเรียนตกไซส์หรือซุปเปอร์จิ๋ว ที่ในรุ่นแรกมีผลผลิตจำนวนมาก มีการระบายออกจากพื้นที่ให้คนไทยได้ช่วยกันบริโภคในประเทศ และให้เป็นที่รู้จักเพื่อเปิดตลาดปลายทางให้มากขึ้น แทนการส่งออกไปประเทศกัมพูชาที่อยู่ระหว่างการปิดด่าน และผลผลิตในรุ่นที่ 2 ยังจำเป็นต้องมีการระบายให้กับผู้บริโภคปลายทางในประเทศ ขณะที่ช่องทางอีคอมเมิร์ซ การขายออนไลน์ทุเรียนตกไซส์หรือซุปเปอร์จิ๋ว โดยอินฟลูเอนเซอร์หรือพ่อค้าแม่ค้าที่มีชื่อเสียง น่าจะยังเป็นคำตอบและทางออกท่ามกลางกระแสดราม่าที่ผ่านมา ถึงทุเรียนลูกละร้อย ซึ่งการไลฟ์ขายทุเรียนเกรดส่งออกหรือพรีเมียมจะทำราคามีกำไรได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยคุ้มค่าเหนื่อย แต่หลังจากนี้จะทำอย่างไรหากรัฐบาลไม่ช่วยเรื่องผลผลิตตกไซส์ แม้ที่ผ่านมาจะส่งเสริมให้ชาวสวนทำการขายออนไลน์จากหน้าสวนของตนเองเลยก็ตาม



