ราคาน้ำมันล่าสุด ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2569 มีการปรับลดลงทั้งในกลุ่มดีเซลและกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ โดยเป็นผลมาจากการปรับราคาของสถานีบริการน้ำมันรายใหญ่ อาทิ PTT Station และบางจากฯ ซึ่งได้ประกาศปรับลดราคาตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 และมีผลต่อเนื่องถึงวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป
ราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์
PTT Station ได้ปรับลดราคาน้ำมันในกลุ่ม ULG, แก๊สโซฮอล์ 95, แก๊สโซฮอล์ 91 และพรีเมียมแก๊สโซฮอล์ 95 ลง 0.70 บาทต่อลิตร โดยราคาขายปลีกปัจจุบันมีดังนี้:
- ULG (ยูแอลจี) ราคา 52.49 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 42.90 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 37.90 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 33.84 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 42.53 บาทต่อลิตร
- พรีเมียมแก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 50.99 บาทต่อลิตร
สำหรับบางจากฯ ได้ปรับลดราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91, 95 และไฮพรีเมียม 98+ พลัส ลง 0.70 บาทต่อลิตร โดยราคาขายปลีกมีดังนี้:
- แก๊สโซฮอล์ 95 เอส อีโว ราคา 42.90 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล์ 91 เอส อีโว ราคา 42.53 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล์ E20 เอส อีโว ราคา 37.90 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล์ E85 เอส อีโว ราคา 33.84 บาทต่อลิตร
- ไฮพรีเมียม 98+ พลัส ราคา 53.44 บาทต่อลิตร
ราคาน้ำมันกลุ่มดีเซล
PTT Station ปรับลดราคาน้ำมันดีเซล B7 ลง 0.50 บาทต่อลิตร และพรีเมียมดีเซลลดลง 1.00 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซล B20 ราคาคงเดิม โดยราคาขายปลีกมีดังนี้:
- ดีเซล B7 ราคา 40.70 บาทต่อลิตร
- ดีเซล B20 ราคา 35.20 บาทต่อลิตร
- พรีเมียมดีเซล ราคา 58.25 บาทต่อลิตร
บางจากฯ ปรับลดราคาน้ำมันดีเซล B7 ลง 0.50 บาทต่อลิตร และไฮพรีเมียมดีเซล+ พลัส ลดลง 1.00 บาทต่อลิตร โดยดีเซล B20 ราคาคงเดิม ราคาขายปลีกมีดังนี้:
- ดีเซล B20 ราคา 35.20 บาทต่อลิตร
- ไฮดีเซล เอส ราคา 40.70 บาทต่อลิตร
- ไฮพรีเมียมดีเซล+ พลัส ราคา 58.25 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้ ราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร
แนวโน้มราคาน้ำมันระยะข้างหน้า
PTT วิเคราะห์สถานการณ์ตลาดน้ำมันในช่วงสัปดาห์ที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 และแนวโน้มสัปดาห์ที่ 1-5 มิถุนายน 2569 ภายใต้สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ โดยเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านใกล้บรรลุผล ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำบันทึกความเข้าใจร่วมกัน อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ จะยังคงดำเนินการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านจนกว่าการเจรจาจะลุล่วง
อีกด้านหนึ่ง สถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงตึงเครียด โดยตลอดเดือนพฤษภาคม 2569 ยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียมากกว่า 13 แห่ง ส่งผลให้รัสเซียตอบโต้เป็นระยะ ๆ และเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 รัสเซียโจมตีกรุงเคียฟและพื้นที่ใกล้เคียงด้วยขีปนาวุธและโดรนจำนวนมาก รวมถึงขีปนาวุธพิสัยกลางความเร็วเหนือเสียงโอเรชนิก ซึ่งถือเป็นการโจมตีเมืองหลวงของยูเครนที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังไม่กลับมาเพิ่มความเข้มงวดในการคว่ำบาตรรัสเซีย โดยอนุญาตให้นานาชาติซื้อน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปของรัสเซียที่เก็บในเรือลอยลำกลางทะเล (Floating Storage) โดยขยายเวลาจากเส้นตายเดิมอีก 30 วัน จนถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ มีข่าวว่าสมาชิกโอเปกพลัส 7 ประเทศจะตัดสินใจเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบอีก 188,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนกรกฎาคม 2569 อย่างไรก็ดี ผลกระทบในระยะสั้นยังมีไม่มากนัก เนื่องจากการส่งออกจากช่องแคบฮอร์มุซยังคงชะงักงัน และแม้ช่องแคบดังกล่าวจะเปิดแล้ว แต่หลายประเทศต้องใช้เวลาฟื้นคืนการผลิต เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์คาดว่าต้องใช้เวลา 4 เดือนเพื่อเพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมันให้กลับมาอยู่ที่ระดับ 80% เมื่อเทียบกับก่อนสงคราม



