สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากจีน 2 เท่า เริ่ม 1 สิงหาคมนี้
รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ประกาศมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นสองเท่า โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2567 นี้ ตามรายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศ
รายละเอียดการปรับขึ้นภาษี
การปรับขึ้นภาษีครั้งนี้จะทำให้อัตราภาษีนำเข้าเหล็กจากจีนเพิ่มขึ้นจากเดิม 7.5% เป็น 25% ในขณะที่อัตราภาษีนำเข้าอะลูมิเนียมจากจีนจะเพิ่มขึ้นจากเดิม 10% เป็น 25% เช่นกัน ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างสองประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก
ทางการสหรัฐฯ อ้างเหตุผลในการขึ้นภาษีครั้งนี้ว่าเพื่อแก้ไขปัญหาการผลิตเกินกำลัง (overcapacity) ในอุตสาหกรรมเหล็กและอะลูมิเนียมของจีน ซึ่งส่งผลให้เกิดการทุ่มตลาดและบิดเบือนการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศและรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา
ปฏิกิริยาจากจีนและผลกระทบที่คาดการณ์
ทางการจีนยังไม่แสดงท่าทีตอบโต้อย่างเป็นทางการต่อการประกาศขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ แต่คาดว่าอาจมีการตอบโต้ด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆ ตามมา ซึ่งอาจทำให้ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศทวีความรุนแรงขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจคาดการณ์ว่าการขึ้นภาษีครั้งนี้อาจส่งผลกระทบในหลายด้าน เช่น
- เพิ่มต้นทุนการนำเข้า สำหรับผู้ผลิตในสหรัฐฯ ที่พึ่งพาวัตถุดิบจากจีน
- กระตุ้นให้เกิดการปรับตัว ในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
- ส่งผลต่อราคาสินค้าสำเร็จรูป ที่ใช้เหล็กและอะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ
- อาจนำไปสู่การตอบโต้ทางการค้า จากจีนในภาคส่วนอื่นๆ
มาตรการนี้เกิดขึ้นในบริบทที่ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงมีความซับซ้อนและท้าทาย หลังจากที่ทั้งสองประเทศเคยมีข้อพิพาททางการค้ามาก่อนหน้านี้
บริบททางการเมืองและเศรษฐกิจ
การขึ้นภาษีนำเข้าครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่มุ่งเน้นการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศและลดการพึ่งพาทางเศรษฐกิจจากจีน โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ถือว่ามีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์
ในขณะเดียวกัน การประกาศมาตรการนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของตลาดพลังงาน ซึ่งอาจทำให้ผลกระทบจากการขึ้นภาษีทวีความรุนแรงมากขึ้น
ผู้สังเกตการณ์หลายฝ่ายมองว่าการขึ้นภาษีครั้งนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของมาตรการทางการค้าเพิ่มเติมระหว่างสหรัฐฯ และจีนในอนาคตอันใกล้ ขึ้นอยู่กับการตอบสนองจากทางการจีนและพัฒนาการทางเศรษฐกิจในระดับโลก



