นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งรัฐบาลจะจ่าย 60% และประชาชนจ่าย 40% ว่า เรื่องนี้รอให้ออกระเบียบการกู้เงินของคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานก่อน หลังจากนั้นหน่วยงานจะเสนอโครงการที่ตรงตามวัตถุประสงค์เพื่อช่วยแก้วิกฤตปากท้องและเยียวยาประชาชน รวมถึงเปลี่ยนผ่านพลังงานภายใต้ 5 หลักการ ได้แก่ 1. พุ่งเป้า 2. ทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านในระยะยาว ลดภาระประชาชน 3. ปฏิรูปเพื่อรองรับหลังวิกฤต โดยพุ่งเป้าช่วยเหลือคนให้กลับมาเข้มแข็ง 4. ความโปร่งใส กำชับปลัดกระทรวงการคลังต้องเปิดเผยทั้งหมด 5. การทำงานร่วมกัน โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันร่วมพิจารณากลั่นกรอง
ไทยช่วยไทยพลัสจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรอง 14 พ.ค. หรือไม่
นายเอกนิติระบุว่าต้องทำระเบียบให้เสร็จก่อน ส่วนจะเสนอคณะรัฐมนตรีทันวันที่ 19 พ.ค. นี้หรือไม่นั้น นายเอกนิติกล่าวว่าจะเร่งดำเนินการ
กระทรวงการคลังเตรียมเสนอแผนบริหารหนี้สาธารณะ
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2 ให้คณะรัฐมนตรีในวันที่ 12 พ.ค. พิจารณาอนุมัติ และนำไปบรรจุแผนการก่อหนี้ใหม่ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจ วงเงิน 400,000 ล้านบาท
การออกพระราชกำหนดกู้เงินยังเป็นไปตามไทม์ไลน์เดิม คือ วันที่ 12 พ.ค. เสนอคณะรัฐมนตรีปรับปรุงแผนการบริหารหนี้ และประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้นัดแรกเพื่อวางหลักเกณฑ์และระเบียบการพิจารณารายละเอียดโครงการต่างๆ โดยยังไม่พิจารณาไทยช่วยไทยพลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากนั้นวันที่ 14 พ.ค. จะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภา
คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะเห็นชอบปรับแผน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ ครั้งที่ 1/69 โดยมีนายเอกนิติเป็นประธาน เห็นชอบการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2 โดยปรับแผนการก่อหนี้ใหม่เพิ่มขึ้นอีก 200,000 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลภายใต้การออกพระราชกำหนดกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท คาดการณ์ว่าหนี้สาธารณะสิ้นปีงบประมาณ 69 จะอยู่ที่ 69% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ โดยระยะแรก รัฐบาลจะบรรจุแผนการก่อหนี้ใหม่ 200,000 ล้านบาท ภายใต้แหล่งเงินจากพระราชกำหนดกู้เงินก่อนครึ่งหนึ่งในปีงบประมาณ 69 โดยเงินส่วนหนึ่งจะจัดสรรในโครงการไทยช่วยไทยพลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
นายกรัฐมนตรีเผยไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank 2026
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกปี 69 เพื่อเตรียมการเป็นเจ้าภาพประชุมเศรษฐกิจการเงินระดับโลกวันที่ 12-18 ต.ค. 69 ว่า การที่ไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพสะท้อนว่าโลกยังเชื่อมั่นในเสถียรภาพและศักยภาพเศรษฐกิจ การเงิน และการคลังของไทย คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน จากสมาชิกเกือบ 200 ประเทศ พร้อมกล่าวว่า คนถือเงินของโลกจะมาประชุมที่ไทย เป็นโอกาสสำคัญที่เม็ดเงินและความเชื่อมั่นจะตกอยู่ในประเทศมากแค่ไหน
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีชี้แจงเพิ่มเติม
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเปรียบการประชุมครั้งนี้เป็นโอลิมปิกด้านการเงินการคลังที่จะทำให้ทั่วโลกจับตาประเทศไทย และไทยยังเป็น 1 ใน 3 ประเทศของโลกที่ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมนี้ถึง 2 ครั้ง สะท้อนบทบาทและความน่าเชื่อถือของไทยในเวทีเศรษฐกิจโลก
รัฐบาลต้องการใช้เวทีนี้สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจสูงสุด ทั้งการท่องเที่ยว การลงทุน โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจบริการ การคมนาคม รวมถึงผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยจะสอดแทรกอัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่านการใช้ผ้าไทย และแนวคิดการจัดประชุมแบบยั่งยืนหรือ Green Meeting เช่น การใช้ผนัง Isowall ที่สามารถรื้อถอนและนำกลับมาใช้ใหม่ได้



