ส่งออกข้าวไทย 2 เดือนแรกปี 2569 มูลค่าลดลง 15.45% หลังอิรักหยุดซื้อจากวิกฤตตะวันออกกลาง
ส่งออกข้าวไทยลด 15.45% หลังอิรักหยุดซื้อจากวิกฤตตะวันออกกลาง

ส่งออกข้าวไทย 2 เดือนแรกปี 2569 มูลค่าลดลง 15.45% หลังอิรักหยุดซื้อจากวิกฤตตะวันออกกลาง

วันนี้ (24 มีนาคม 2569) นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยสถิติการส่งออกข้าวของไทยในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2569 ว่าไทยส่งออกข้าวได้ 1.153 ล้านตัน ลดลง 4.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีมูลค่ากว่า 651 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 20,200 ล้านบาท ซึ่งลดลงถึง 15.45% สาเหตุหลักมาจากปริมาณข้าวในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคามีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงนโยบายจำกัดการนำเข้าของประเทศผู้นำเข้าสำคัญ เช่น อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและตลาดอิรักหยุดซื้อ

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอล-อิหร่าน ส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ต้นทุนค่าขนส่ง ต้นทุนพลังงานราคาน้ำมัน ค่าระวางเรือ และค่าประกันภัยปรับสูงขึ้น สายการเดินเรือส่วนใหญ่จึงเปลี่ยนเส้นทางไม่เข้าทะเลแดง เพื่อผ่านคลองซูเอชโดยอ้อมแหลมกู๊ดโฮปในประเทศแอฟริกาใต้

ค่าระวางเรือในช่วงวันที่ 15-30 มีนาคม ปรับขึ้นกว่า 40% โดยสายการเดินเรืออ้างว่าค่าธรรมเนียมพิเศษและต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น สำหรับการส่งออกข้าวไปตะวันออกกลางต่อปีประมาณ 1.34 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งสัดส่วน 75% นำเข้าโดยอิรัก และตอนนี้การส่งออกไปอิรักหยุดชะงัก หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อและเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นปัญหายืดเยื้อ อาจกระทบต่อเป้าหมายการส่งออกข้าวไทยทั้งปี 2569 ที่ตั้งไว้ 7 ล้านตัน โดยอาจหายไปประมาณ 1 ล้านตันจากยอดส่งออกไปตะวันออกกลางที่ชะงักลง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สถิติการส่งออกข้าวแยกตามชนิดและตลาด

แม้ตัวเลขส่งออกข้าวไทยในช่วง 2 เดือนแรกจะปรับตัวลดลงจากแรงกดดันของตลาดโลก แต่จากสถิติพบว่าในขณะที่ข้าวชนิดต่างๆ มีปริมาณส่งออกลดลง ได้แก่

  • ข้าวขาว: ปริมาณ 0.543 ล้านตัน ลดลง 2.34%
  • ข้าวหอมมะลิไทย: ปริมาณ 0.290 ล้านตัน ลดลง 6.45%
  • ข้าวหอมไทย: ปริมาณ 0.076 ล้านตัน ลดลง 24%
  • ข้าวเหนียว: ปริมาณ 0.030 ล้านตัน ลดลง 21.05%

ขณะที่ชนิดข้าวที่มีการขยายตัว ได้แก่ ข้าวนึ่ง ปริมาณ 0.209 ล้านตัน ขยายตัว 43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดแอฟริกา เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางอาหารท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ตลาดสำคัญที่ไทยส่งออกเพิ่มขึ้น เช่น

  • แอฟริกาใต้: ปริมาณ 0.145 ล้านตัน ขยายตัว 46.46%
  • มาเลเซีย: ปริมาณ 0.077 ล้านตัน ขยายตัว 140.63%
  • ฟิลิปปินส์: ปริมาณ 0.067 ล้านตัน ขยายตัว 157.69%

ส่วนตลาดสำคัญที่มีการส่งออกหดตัว ได้แก่

  • สหรัฐฯ: ปริมาณ 0.116 ล้านตัน หดตัว 25.16%
  • อิรัก: ปริมาณ 0.092 ล้านตัน หดตัว 52.58%

มาตรการรับมือและแผนการขยายตลาด

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวว่า กรมฯ เดินหน้าเปิดเกมรุกทั้งการรักษาตลาดหลัก ควบคู่กับการขยายตลาดศักยภาพใหม่ การผลักดันข้าวคุณภาพสูงและข้าวมูลค่าเพิ่ม โดยเตรียมเข้าไปเพิ่มตลาดในแอฟริกาทดแทนตลาดตะวันออกกลางได้บางส่วน เพื่อลดความเสี่ยงต่อผลกระทบในการส่งออกข้าวไทย

นอกจากนี้ยังคงเดินหน้าการรักษาตลาดหลัก ควบคู่กับการขยายตลาดศักยภาพใหม่ การผลักดันข้าวคุณภาพสูงและข้าวมูลค่าเพิ่ม การเจรจากับ COFCO รัฐบาลจีนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การส่งมอบข้าวแบบรัฐต่อรัฐที่เหลือครบตามเป้าหมายจำนวน 500,000 ตัน ซึ่งจีทูจีขายข้าวไทยให้จีน ล็อตแรก 4 หมื่นตัน ทางจีนทยอยส่งเรือมาขนสินค้ากำหนดส่งครบในเดือนมีนาคม จากนั้นกลางเดือนเมษายนจะเพิ่มเจรจาจีทูจีขายข้าวให้จีนอีก 5-6 หมื่นตันกับ COFCO

ปัญหาตอนนี้คือต้นทุนสูงขึ้นทุกด้าน แม้ราคาข้าวในประเทศยังทรงตัว โดยราคาข้าวขาว 5% ไทยอยู่ที่ 360 เหรียญสหรัฐต่อตัน สูงกว่าเวียดนาม อินเดียและปากีสถานเล็กน้อย ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดโลกทวีความรุนแรงมากขึ้น