ไทยเตรียมยื่นชี้แจงสหรัฐฯ 15 เม.ย. หลังถูกพิจารณามาตรา 301 เดินหน้าเจรจา FTA
ไทยยื่นชี้แจงสหรัฐฯ 15 เม.ย. หลังมาตรา 301

ไทยเตรียมยื่นชี้แจงสหรัฐฯ 15 เม.ย. หลังถูกพิจารณามาตรา 301 เดินหน้าเจรจา FTA

นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยความคืบหน้าการรับมือผลกระทบภาษีสหรัฐฯ โดยระบุว่า ไทยมีกำหนดยื่นข้อมูลชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรเข้าระบบไต่สวนของสหรัฐฯ ภายในวันที่ 15 เมษายน 2569 หลังถูกพิจารณาภายใต้มาตรา 301 ของ Trade Act of 1974

การเตรียมการรับมือและคณะทำงาน

กระทรวงพาณิชย์ได้จัดตั้งคณะทำงานเตรียมการรับมือผลกระทบภาษีสหรัฐฯ โดยมีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน อธิบดีทุกกรมเข้าร่วม และผู้ช่วยรัฐมนตรีเป็นที่ปรึกษา กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ ส่วนกรมการค้าต่างประเทศจะเป็นหน่วยงานหลักประสานกับภาคเอกชนและที่ปรึกษากฎหมายในกรณีมาตรา 301

สำหรับประเด็นแรงงาน จะเกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงาน โดยไทยต้องยื่นข้อมูลชี้แจง 2 กรณีหลัก ได้แก่ กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักรกล ผลิตภัณฑ์ยาง และกรณีการนำเข้าสินค้าที่อาจเกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับ เช่น ปลา น้ำมันปลา อาหารปลา อาหารสัตว์ และเสื้อผ้า

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สถานะการเจรจาและ Joint Statement

นางสาวโชติมาย้ำว่า Joint Statement ที่มีอยู่เป็นเพียงกรอบความร่วมมือและยังไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ไทยยังอยู่ระหว่างการเจรจารายละเอียดกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) อย่างต่อเนื่อง โดยหลายประเด็นต้องหารือเพิ่มเติม ทั้งเรื่องภาษี มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี การเปิดตลาด ทรัพย์สินทางปัญญา และข้อเสนอด้านเศรษฐกิจอื่นๆ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

กระบวนการของสหรัฐฯ มีแนวโน้มดำเนินไปแบบคู่ขนาน โดยมาตรา 122 ซึ่งกำหนดภาษีชั่วคราวที่ 10% จะหมดอายุในเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้สหรัฐฯ อาจเร่งสรุปแนวทางกับประเทศคู่เจรจา ขณะที่มาตรการภายใต้มาตรา 301 สามารถดำเนินการได้หลายรูปแบบ เช่น ภาษีนำเข้า ค่าธรรมเนียม หรือมาตรการอื่น โดยมีลักษณะเฉพาะรายประเทศและอุตสาหกรรม

แผนการเจรจา FTA และความร่วมมือระหว่างประเทศ

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเปิดเผยแผนการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในปี 2569 โดยจะเร่งผลักดันการเจรจา FTA ที่คงค้างอยู่ ได้แก่ FTA ไทย-สหภาพยุโรป (อียู) ไทย-เกาหลีใต้ และอาเซียน-แคนาดา ตั้งเป้าสรุปผลภายในปีนี้

สำหรับ FTA ที่ลงนามแล้ว 3 ฉบับกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (เอฟตา) และภูฏาน อยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินกระบวนการภายใน ตั้งเป้าให้มีผลใช้บังคับภายใน 1 มกราคม 2570 ส่วน FTA กับศรีลังกา กำลังดำเนินกระบวนการภายในประเทศ

นอกจากนี้ ไทยยังให้ความสำคัญกับการเจรจายกระดับความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย และ FTA ไทย-เปรูฉบับสมบูรณ์ รวมทั้งเร่งเจรจาความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ซึ่งคาดว่าจะลงนามในเดือนพฤศจิกายน 2569 ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์

สถิติการค้าและแนวโน้มเศรษฐกิจ

ในปี 2568 การค้าของไทยกับ 18 ประเทศคู่ค้า FTA มีมูลค่า 404,963.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 59.2% ของการค้ารวม โดยไทยส่งออกมูลค่า 183,897.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้ามูลค่า 221,066.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องคอมพิวเตอร์ และผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรกล แผงวงจรไฟฟ้า และเคมีภัณฑ์

การค้ารวมของไทยกับโลกในปี 2568 มีมูลค่า 684,578.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 12.9% สะท้อนถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจที่ยังคงแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก