ไทยร่วม 14 สมาชิก RCEP ถก RJC รับมือการค้าโลกท่ามกลางวิกฤตอ่าว-ภาษีสหรัฐฯ
ไทยร่วม 14 สมาชิก RCEP ถก RJC รับมือการค้าโลก

ไทยร่วม 14 สมาชิก RCEP ถก RJC รับมือการค้าโลกท่ามกลางวิกฤตอ่าว-ภาษีสหรัฐฯ

วันนี้ (20 มีนาคม 2569) นายธัชชญาน์พล อภิมนต์เตชบุตร รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วม RCEP (RJC) ครั้งแรกของปี 2026 และการประชุมโต๊ะกลมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ โดยที่ประชุมได้เร่งขับเคลื่อนแผนรับสมาชิกใหม่ในปี 2026 ตามมติของผู้นำ RCEP เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

เป้าหมายการขยายตลาดและเสริมสร้างห่วงโซ่มูลค่า

การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายหลักในการขยายตลาดและเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่าการค้าในภูมิภาคให้ครอบคลุมและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันสำคัญสำหรับรับมือกับความผันผวนของการค้าโลก และสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนในยามที่โลกกำลังแบ่งขั้วและมีความจำเป็นต้องพึ่งพากันในภูมิภาค

การขยายสมาชิกจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขยายฐานลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจได้กว้างขึ้น พร้อมเพิ่มพลวัตทางเศรษฐกิจที่จะส่งผลบวกโดยตรงต่อการลงทุน การจ้างงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจ ยกระดับอำนาจต่อรองของ RCEP ในเวทีการค้าโลก

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความสำคัญสำหรับไทยและกระบวนการรับสมาชิกใหม่

สำหรับไทย การขยายสมาชิกในครั้งนี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทุกตลาดใหม่ที่เข้ามาร่วมหมายถึงคู่ค้าและนักลงทุนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น สินค้าและบริการของไทยจะมีเส้นทางเดินทางใหม่ที่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี และห่วงโซ่อุปทานของสินค้าไทยจะยิ่งแข็งแกร่งและหลากหลายมากขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

หนึ่งในความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรมที่สุดจากการประชุมครั้งนี้ คือ การกำหนดให้เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นห้วงเวลาสัมภาษณ์ประเทศผู้สมัครที่ขอเข้าร่วม RCEP โดยกระบวนการนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการคัดกรองและประเมินความพร้อมของผู้สมัคร ก่อนที่สมาชิกปัจจุบันทั้ง 15 ประเทศจะพิจารณาตัดสินใจขั้นสุดท้าย

ถือเป็นด่านคัดกรองสำคัญที่ผู้สมัครแต่ละรายจะต้องพิสูจน์ตนเองต่อสมาชิกปัจจุบันทั้ง 15 ประเทศ ทั้งในแง่ความพร้อมด้านกฎระเบียบการค้า มาตรฐานศุลกากร และศักยภาพในการปฏิบัติตามพันธกรณีของความตกลงฯ โดยประเทศผู้สมัครจะต้องแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเสริมสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจของ RCEP ไม่ใช่เป็นเพียงผู้รับผลประโยชน์

การปรับปรุงความตกลงและรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้วางรากฐานสำหรับการทบทวนและปรับปรุงความตกลง RCEP ให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น สอดรับกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเพื่อผลักดันการใช้สิทธิพิเศษจาก RCEP ให้มากขึ้น

โดยได้เปิดพื้นที่รับฟังความเห็นอย่างจริงจังจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วนผ่านการประชุมโต๊ะกลม และการรับฟังข้อเสนอแนะจากผลการประชุมวิชาการเรื่องทิศทางในการทบทวนความตกลงฯ กระบวนการนี้สะท้อนเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ RCEP ยังคงเป็นความตกลงที่ไม่หยุดนิ่ง และสามารถส่งเสริมผลประโยชน์ทางการค้าของภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายจากวิกฤตอ่าวและภาษีสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าโลก โดยไทยและสมาชิก RCEP อื่นๆ มุ่งมั่นที่จะสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งเพื่อรับมือกับความผันผวนเหล่านี้