กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กำลังเตรียมเสนอให้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร. พิจารณาเพิ่มบัญชีสินค้าควบคุมรายการใหม่อีก 12 รายการ โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้าในกลุ่มเกษตรและอาหาร รวมถึงของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันที่มีผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรม เช่น น้ำดื่มและเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องเร่งแก้ปัญหาในภาวะวิกฤต หากได้รับการอนุมัติจาก กกร. แล้ว จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ทำให้มีสินค้าและบริการควบคุมรวมทั้งหมด 71 รายการ
ปรับมาตรการสินค้าควบคุมเดิมให้เข้มงวดขึ้น
นอกจากนี้ กรมยังจะเสนอให้ปรับเพิ่มมาตรการสำหรับสินค้าควบคุมอีก 13 รายการ เช่น กระดาษชำระและกระดาษเช็ดหน้า แชมพู ผงซักฟอกและน้ำยาซักฟอก ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ผ้าอนามัย และสบู่ จากเดิมที่เพียงแจ้งเปลี่ยนแปลงราคา จะต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคาทุกครั้ง รวมถึงมีมาตรการเพิ่มเติมสำหรับสินค้าน้ำมันปาล์มบรรจุขวด สำหรับเม็ดพลาสติกที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตบรรจุภัณฑ์ ได้มีการหารือกับผู้ผลิตแล้ว ยืนยันว่าสินค้ามีเพียงพอและใช้ได้เกินเดือนเมษายน 2569
ยืนยันสต็อกสินค้าพอเพียงและกำกับดูแลใกล้ชิด
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า หลังจากเสนอให้เป็นสินค้าควบคุมแล้ว จะเข้าไปกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ต้นทางว่าผู้ผลิตมีใครบ้าง กลางทางผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ขายให้ใคร และปลายทางผู้ใช้ซื้อจากใครในราคาเท่าไร ส่วนปุ๋ยเคมี เมื่อถึงเดือนพฤษภาคม 2569 สต็อกไม่ได้เหลือศูนย์เลย ยังมีการนำเข้ามาต่อเนื่อง และกำลังเร่งหาแหล่งนำเข้าจากที่อื่นเพิ่มเติมนอกจากตะวันออกกลาง เช่น บรูไนและมาเลเซีย จากการหารือกับผู้ผลิต ยืนยันว่าสต็อกยังมีเพียงพออย่างน้อย 2 เดือน ไม่มีปัญหาการขาดแคลน แต่บางรายการอาจจะหมดก่อน จากนั้นบางสินค้าอาจมีการขยับราคาบ้าง ขึ้นอยู่กับต้นทุนการผลิต ซึ่งกรมจะกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด
สำหรับน้ำมันปาล์มขวด ปัจจุบันราคาสต็อกเก่ายังขายอยู่ในช่วง 42-50 บาท แต่หากเป็นสต็อกใหม่ที่มีต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น ราคาอาจจะขยับขึ้นบ้าง ซึ่งกรมจะติดตามใกล้ชิดและดูแลให้อยู่ในภาวะสมดุลทั้งเกษตรกร ผู้ผลิต และผู้บริโภค
เตรียมจัดธงฟ้า-ธงเขียวเพื่อลดค่าครองชีพ
นายวิทยากรกล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อดูแลค่าครองชีพให้กับผู้บริโภคในช่วงภาวะวิกฤต กรมได้เตรียมปรับการจัดงานธงฟ้าจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด จากเดิมจะจัด 60 ครั้งภายใน 1 ปี โดยร่นระยะเวลามาจัดภายใน 4 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ถึงสิงหาคม 2569 และจะของบประมาณเพิ่มเติมเพื่อจัดให้ครบทั้งประเทศ พร้อมจัดธงเขียวพลัส จำหน่ายปุ๋ยครอบคลุมทั้งข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์ม และผลไม้ รวมถึงปัจจัยเกษตรราคาประหยัด กำหนดจัด 10 จังหวัด และจะของบเพิ่มเติมเพื่อจัดให้ครบ 50 จังหวัดที่เป็นแหล่งเพาะปลูก
ผลการตรวจสอบรับเรื่องร้องเรียน
ในช่วงวันที่ 1-21 มีนาคม 2569 มีผู้ร้องเรียนกว่า 4,178 ครั้ง แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ หัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง 1,554 สถานี พบผู้กระทำผิด 2 ราย เกี่ยวกับการรับรองสิ้นอายุและหัวจ่ายคลาดเคลื่อน การร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 มี 324 คำร้อง ส่วนใหญ่ร้องเรียนเรื่องปั๊มน้ำมัน ราคาปุ๋ย และของแพง ตรวจแล้ว 117 คำร้อง พบผู้กระทำผิดรวม 16 ราย ส่วนใหญ่ไม่ปิดป้ายราคาและราคาไม่ตรงกับที่แสดง และพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งหมด 2,183 แห่ง ตรวจปั๊มน้ำมัน 1,323 แห่ง ตรวจตลาดและห้าง 407 แห่ง ร้านจำหน่ายสินค้าและปุ๋ยเคมี 454 แห่ง พบผู้กระทำผิด 10 ราย ส่วนใหญ่ไม่ปิดป้ายราคาเช่นกัน



