ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังเตรียมการเพื่อขยายระยะเวลาการปิดล้อมอิหร่านออกไปอีก ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดติดขัดที่ทำให้การเจรจาไม่คืบหน้า
ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับสูงสุดของเดือน
เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 117 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงบ่ายวันพุธ ซึ่งถือเป็นระดับราคาสูงสุดของเดือนนี้ หลังจากที่ปิดตลาดเมื่อเย็นวันอังคารด้วยราคาเพียง 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
การปรับตัวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้คณะที่ปรึกษาเตรียมขยายมาตรการปิดล้อมท่าเรือต่างๆ ของอิหร่านออกไปอีก เพื่อกดดันเศรษฐกิจอิหร่านให้มากขึ้น
อิหร่านขู่ตอบโต้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านอิหร่านระบุว่าจะตอบโต้ด้วยการขัดขวางการจราจรของเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ทั้งนี้ ปัจจุบันอิหร่านจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างเข้มงวด ซึ่งตามปกติแล้วช่องแคบนี้เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ถึง 1 ใน 5 ของอุปทานทั่วโลก โดยความตึงเครียดนี้เริ่มปะทุขึ้นหลังจากสหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
มาตรการปิดล้อมของสหรัฐฯ
สหรัฐฯ เริ่มบังคับใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านเมื่อวันที่ 13 เมษายน โดยระบุว่า กองทัพเรือของพวกเขาจะสกัดกั้นหรือขับไล่เรือทุกลำที่เดินทางเข้าหรือออกจากท่าเรือของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์จาก BBC Verify พบว่ามีเรืออย่างน้อย 4 ลำที่เดินทางออกจากท่าเรืออิหร่านและสามารถฝ่าด่านปิดล้อมของสหรัฐฯ ไปได้
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจอิหร่าน
แม้ราคาจะมีความผันผวนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ราคาน้ำมันยังคงสูงกว่าระดับก่อนเกิดความขัดแย้งอย่างมาก โดยราคาเคยลดลงไปอยู่ที่ 90 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 17 เมษายน หลังมีการประกาศหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน แต่ราคาได้กลับมาพุ่งสูงขึ้นตลอด 12 วันที่ผ่านมาเนื่องจากการปิดล้อมยังคงดำเนินอยู่
เศรษฐกิจของอิหร่านกำลังเผชิญกับวิกฤตรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากราคาสินค้าที่พุ่งสูงอย่างรวดเร็ว ค่าเงินที่อ่อนตัวลงอย่างหนัก และแนวโน้มที่การส่งออกน้ำมันอาจต้องหยุดชะงักลงโดยสิ้นเชิง ศูนย์สถิติแห่งอิหร่านระบุว่า อัตราเงินเฟ้อรายปีพุ่งสูงถึง 53.7% ส่วนสกุลเงินเรียล (Rial) ของอิหร่านร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และมีชาวอิหร่านประมาณ 2 ล้านคน ต้องตกงานทั้งทางตรงและทางอ้อมอันเป็นผลมาจากสงคราม



