เปิดเงื่อนไขใหม่ 'ดิจิทัลวอลเล็ต' 10,000 บาท ใช้ซื้ออะไรได้บ้าง
เปิดเงื่อนไขใหม่ 'ดิจิทัลวอลเล็ต' 10,000 บาท ใช้ซื้ออะไรได้บ้าง

รัฐบาลได้เปิดเผยเงื่อนไขใหม่ของโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยล่าสุดได้มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินดิจิทัลวอลเล็ตว่าสามารถซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคได้ทุกประเภท ยกเว้นสินค้าที่ถูกห้ามตามกฎหมาย เช่น บุหรี่ สุรา และสินค้าฟุ่มเฟือยบางประเภท

รายละเอียดเงื่อนไขใหม่

ตามที่รัฐบาลได้แถลงข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ โครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทจะมีเงื่อนไขที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยผู้มีสิทธิ์สามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันที่รัฐบาลกำหนด โดยเงินจะถูกโอนเข้าสู่ระบบดิจิทัลวอลเล็ตเพื่อใช้ซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งครอบคลุมร้านค้าทั่วไป ร้านสะดวกซื้อ และร้านอาหารเล็กๆ

สินค้าที่สามารถซื้อได้

  • สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป เช่น อาหาร เครื่องดื่มที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ ของใช้ในครัวเรือน
  • สินค้าเกษตรและวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหาร
  • สินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอื่นๆ ที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย

สินค้าที่ไม่สามารถซื้อได้

  • ผลิตภัณฑ์ยาสูบและบุหรี่ทุกชนิด
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท
  • สินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เครื่องประดับ รถยนต์ หรืออสังหาริมทรัพย์
  • บริการที่ไม่เกี่ยวกับการอุปโภคบริโภค เช่น การพนัน การท่องเที่ยว

นอกจากนี้ รัฐบาลยังย้ำว่าโครงการนี้มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า โดยเฉพาะร้านค้าขนาดเล็กและผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เป้าหมายของโครงการ

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการระบาดของโควิด-19 โดยคาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิ์ประมาณ 50 ล้านคน ใช้งบประมาณรวมกว่า 500,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ

ทั้งนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบแอปพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อรองรับโครงการ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2568 โดยจะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันเปิดลงทะเบียนและร้านค้าที่เข้าร่วมในเร็วๆ นี้

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์ดังกล่าว