นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ได้แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ความโกลาหลที่เกิดขึ้นบริเวณสถานีบริการน้ำมันในหลายพื้นที่ โดยการไหว้ขอโทษประชาชนอย่างเป็นทางการ พร้อมยืนยันว่า ประเทศไทยยังมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับการใช้งานในประเทศไม่น้อยกว่า 101 วัน ตามข้อมูลล่าสุด
สาเหตุหลักคือปัญหาการขนส่ง ไม่ใช่การขาดแคลนน้ำมัน
จากการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานชี้แจงว่า ปัญหาที่ทำให้เกิดภาพความวุ่นวายในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้มาจากการขาดแคลนน้ำมัน แต่เป็น “คอขวดด้านการขนส่ง” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระบวนการกระจายน้ำมันจากผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่หรือผู้ค้ามาตรา 7 ไปยังผู้ค้าคนกลางหรือจ๊อบเบอร์ ซึ่งมีหน้าที่จัดส่งน้ำมันให้กับภาคอุตสาหกรรมโดยตรง
เมื่อการขนส่งเกิดความล่าช้าหรือสะดุดลง ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมและภาคส่วนอื่นๆ หันมาใช้บริการสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนนำไปสู่ภาวะน้ำมันขาดช่วงชั่วคราวในบางพื้นที่ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนจำนวนมาก
มาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างครอบคลุม
เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว กระทรวงพลังงานได้เร่งดำเนินมาตรการแก้ไขเร่งด่วนหลายประการ เริ่มจากการประสานงานกับโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศให้เดินเครื่องผลิตเต็มกำลังและห้ามหยุดการผลิตโดยเด็ดขาด พร้อมกำชับผู้ค้ามาตรา 7 ให้จัดสรรน้ำมันส่งต่อไปยังจ๊อบเบอร์อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อลดแรงกดดันต่อสถานีบริการน้ำมัน
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร เพื่อขยายเวลาการขนส่งน้ำมันนอกช่วงเวลาปกติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการกระจายเชื้อเพลิงไปยังทุกภูมิภาคของประเทศได้ดียิ่งขึ้น
กระทรวงพลังงานยังเตรียมความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพาณิชย์ ในการตรวจสอบและป้องกันการกักตุนน้ำมันตามจุดต่างๆ อย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดการแสวงหาประโยชน์จากสถานการณ์ในครั้งนี้
ยืนยันปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอในระยะยาว
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์สำรองน้ำมันของประเทศว่า ปัจจุบันไทยมีน้ำมันสำรองในประเทศทั้งส่วนเชิงพาณิชย์และตามกฎหมายรวมกันอยู่ที่ 42 วัน และมีน้ำมันระหว่างขนส่งอีก 29 วัน รวมถึงมีการนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มเติมจากแองโกลาปริมาณ 1.9 ล้านบาร์เรล และจากสหรัฐอเมริกาอีก 625,000 บาร์เรล
เมื่อรวมกับสัญญาจัดหาน้ำมันล่วงหน้าอีก 30 วัน ทำให้ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันรองรับการใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 101 วันอย่างมั่นใจ ซึ่งสอดคล้องกับผลการตรวจสอบสต็อกน้ำมันใน 23 จังหวัด 53 คลัง รวม 589 ถัง ที่พบว่ามีปริมาณสำรองเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
จากการตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศจำนวน 1,502 แห่ง พบว่ามีสถานีบริการปิดให้บริการชั่วคราวประมาณ 150 แห่ง และอีกกว่า 1,039 แห่งมีน้ำมันไม่ครบทุกชนิด แต่ไม่ได้เกิดจากการกักตุน หากแต่เป็นผลมาจากปัญหาการขนส่งที่ล่าช้าเท่านั้น
ขอความร่วมมือประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ
นายสราวุธ ยืนยันอีกครั้งว่า ประเทศไทยยังมีน้ำมันเพียงพอสำหรับความต้องการใช้ในประเทศ ขอให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติและหลีกเลี่ยงการตื่นตระหนกหรือกักตุนน้ำมันโดยไม่จำเป็น พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการช่วยกันประหยัดพลังงานเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว
ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาคอขวดด้านการขนส่งจะช่วยให้การกระจายน้ำมันเป็นไปอย่างราบรื่นและลดโอกาสเกิดเหตุการณ์โกลาหลซ้ำอีกในอนาคต



