นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีความซับซ้อนจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะการพัฒนาแผน 5 ปีของจีน ซึ่งไทยต้องปรับตัวเพื่อรักษาดุลการค้ากับทั้งจีนและสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ วิกฤตพลังงานยังส่งผลกดดันราคาสินค้าและค่าขนส่ง ส่งผลกระทบต่อสินค้าอุปโภคบริโภคและการส่งออก
กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับค่าครองชีพ
กระทรวงพาณิชย์เน้นการดูแลค่าครองชีพของประชาชนเป็นลำดับแรก โดยยอมรับว่าหากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย อาจจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าบางประเภทตามต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม ในระยะถัดไป กระทรวงพาณิชย์จะผลักดันโครงการ 'ไทยช่วยไทย' อย่างเต็มรูปแบบ โดยยกระดับโครงการธงฟ้าเดิม สินค้า HOUSE BRAND และสินค้าเกษตร
บูรณาการกับกระทรวงมหาดไทยและกองทุนหมู่บ้าน
โครงการนี้บูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและกองทุนหมู่บ้าน โดยเปิดจุดจำหน่ายสินค้าโครงการไทยช่วยไทยผ่านที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ 800 แห่ง จำหน่ายสินค้าลดค่าครองชีพทุกวันศุกร์ ปัจจุบันมีที่ว่าการอำเภอพร้อมเข้าร่วมแล้วประมาณ 660 แห่ง โดยเริ่มโครงการในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้
เฟสแรกยกระดับ SMEs สู่แพลตฟอร์มออนไลน์
ในระยะยาว เฟสแรกของการยกระดับสินค้า SMEs ได้นำสินค้าวางขายบน 6 แพลตฟอร์มออนไลน์ ได้แก่ Thailand Postmart, Nexgen, Shopee, TikTok, LINE และ Lazada ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม (ฟรีค่า GP) เป็นเวลา 1 เดือน พร้อมแจกคูปองส่วนลด 100 บาท จำนวน 250 ใบต่อ 2,000 ราย รวมส่วนลดทั้งหมด 500,000 ใบ
เฟสที่ 2 ขยายช่องทางออนไลน์และรถพุ่มพวง
เฟสที่ 2 จะนำสินค้าไทยช่วยไทยมาขายบนออนไลน์ในราคาเดียวกับห้าง พร้อมจัดส่งฟรีในระยะ 5 กิโลเมตร โดยร่วมมือกับ ท็อป โลตัส และบิ๊กซี นอกจากนี้ จะเปิดรับสมัครรถพุ่มพวง 3,800 คันทั่วประเทศ เพื่อนำสินค้าไปขายในพื้นที่ห่างไกล คาดเปิดรับสมัครภายในสัปดาห์หน้า โดยรัฐช่วยเหลือค่าน้ำมัน รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างได้ 1,500 บาทต่อเดือน และรถยนต์ 3,000 บาทต่อเดือน คาดว่าโครงการจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤษภาคม 2569



